ตี๋โหด! ย้อนรอยเส้นทางลูกหนังของ ซอน เฮือง มิน!

เมื่อมองย้อนกลับไป มีเหล่านักเตะเอเชียไม่มากนักที่ได้โลดแล่นในวงการพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่านู่นอย่าง ลี ยอง เปียว หรือรุ่นใหม่ขึ้นมาหน่อยก็เช่น ชินจิ คากาวะ หรือ มายะ โยชิดะ เป็นต้น นอกจากนี้แน่นอนว่าคนเอเชียที่ดังที่สุดในพรีเมียร์ลีกคงหนีไม่พ้น ปาร์ค จี ซอง กองกลางพลังโสมที่คว้าแชมป์กับแมนฯ ยูไนเต็ดไปแบบไม่หวาดไม่ไหว แต่ในตอนนี้มีชื่อหนึ่งที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากเช่นกัน และเขาคนนั้นคือ ซอน เฮือง มิน และเราจะมาย้อนรอยเส้นทางของอาตี๋คนนี้กัน

            ซอน เฮือง มิน เกิดในครอบครัวนักกีฬาโดยสายเลือดพ่อของเขา ซอน วูง จุง เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพก่อนที่จะต้องเลิกสนามไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ด้วยความรักในฟุตบอลทำให้เจ้าตัวเปิดโรงเรียนสอนฟุตบอลขึ้น ก่อนที่จะดันลูกสองคนของตัวเองเข้าสู่เส้นทางลูกหนัง ในช่วงแรกนั้น ว่ากันว่าพ่อของ ซอน ไม่ยอมให้ ซอน และพี่ของเขาลงแข่งในสนามจริงจนอายุย่างเข้าวัยรุ่น แต่กลับเน้นหนักบ่มเพาะทักษะและเบสิคลูกหนังซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มากในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเดาะบอลเป็นชั่วโมง หรือการฝึกเล่นด้วยเท้าข้างไม่ถนัด ราวกับเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเผชิญโลกกว้าง

Photo : Tottenham Hotspur Wiki – Fandom

            เมื่อพื้นฐานแน่น ซอน เลยได้ลงเล่นในประเทศเกาหลีใต้ได้ไม่นาน ทีมจากแดนเยอรมันอย่างฮัมบูร์กก็ได้มาพรากไปจากอ้อมอกในวัยเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น เมื่อได้รับการฝึกฝนวิชาลูกหนังจากหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของยุโรป ทำให้ฝีเท้าของ ซอน พัฒนาไปมาก เจ้าตัวเริ่มลงเล่นให้กับทีมฮัมบูร์กชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้นพร้อมทำผลงานได้อย่างสุดเด็ดจนในปี 2013 ซอน ได้รับความสนใจจากเซาแธมป์ตัน ซึ่งในขณะนั้นคุมบังเหียนโดย เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นั่นเอง แต่ถ้าทีมมันไม่ใช่ ยังไงมันก็ไม่ใช่ ซอน เลือกย้ายไปเล่นให้บายเออร์ เลเวอร์คูเซ่นแทนเพื่อเป็นการไม่กดดันตัวเองเกินไป สองปีกับทีมเลเวอร์คูเซ่น ซอน ได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นจนขึ้นชื่อลือชาในยุทธจักรลูกหนังหลังซัดไป 29 ประตูจากการลงเล่น 87 เกม ทำให้ในปี 2015 หรือขณะที่เจ้าตัวอายุอานามได้ 23 ปี มีหลายทีมสนใจที่จะแย่งตัวมาร่วมและหนึ่งในตัวเต็งขณะนั้นคืออาร์เซน่อล แต่ก็กลายเป็นสเปอร์สที่ปาดหน้าคว้าตัวไปครองด้วยค่าตัวราว 22 ล้านปอนด์ ทำให้ โปเช็ตติโน่ ย้ายมาคุมทีมแล้วได้ตัวอาตี๋คนนี้สมใจซักที

            แต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนฝัน ซอน ได้รับปัญหาอาการบาดเจ็บที่เท้าและส่งผลต่อฟอร์มของเจ้าตัวอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ในซีซั่นแรกภายใต้เสื้อสีขาวของสเปอร์ส ซอน ยิงได้เพียงแค่ 8 ลูกจากการลงเล่น 40 นัดในทุกรายการ แถมยังเคยตีนบอดติดต่อกันถึง 12 นัดอีกด้วย ด้วยฟอร์มแบบนี้ทำให้มีข่าวลือหนาหูมากขึ้นว่าเจ้าตัวอยากจะย้ายกลับไปเล่นในบุนเดสลีกาเหมือนเดิม หลังจากที่เจ้าตัวไม่มีส่วนกับสามเกมแรกในฤดูกาล 2016-17 หลายๆ คนเริ่มเก็งกันแล้วว่า ซอน เก็บกระเป๋าหนีแน่ แต่ในช่วงนี้เองเนื่องจากโปรแกรมพักทีมชาติประกอบกับการที่ทีมชาติเกาหลีใต้ไม่มีนัดลงเตะ ทำให้ ซอน เลือกที่จะอยู่ซ้อมที่สนามซ้อมของสเปอร์ส ว่ากันว่าเขาได้ขอคำแนะนำจากโปเช็ตติโน่พร้อมฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อปรับปรุงตัวเองจนสามารถเอาชนะใจนายใหญ่คนนี้ได้

            แน่นอนว่า เพชรยังไงก็คือเพชร เมื่อพ้นจากการพักเบรกทีมชาติ เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามทันทีในเกมที่พบกับสโต๊คซิตี้ และยังเหมาคนเดียวไปสองประตูอีกด้วย หลังจากนั้นราวกับเป็นการปลดล็อก เจ้าตัวยิงสลุตให้ทีมไก่เดือยทองไปถึง 21 ประตูในฤดูกาลนั้น และยังคงฟอร์มร้อนแรงมาได้เรื่อยๆ จนกระทั่งปีนี้ โดยหากนับตั้งแต่ฤดูกาลที่สองของเจ้าตัวกับสเปอร์สเป็นต้นไป ซอน ทำประตูให้ไก่เดือยทองไม่เคยต่ำกว่า 18 ประตูต่อปี ยังไม่รับแอสซิสต์รวมไปถึงฝีเท้าของเจ้าตัวที่จี๊ดสุดๆ ถือได้ว่าเป็นกำลังหลักของทีมอย่างแท้จริง

Photo : 90Min

ในฤดูกาลนี้ ซอน เฮือง มิน กำลังขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งดาวซัลโวอย่างมันส์เท้า ตามหลัง โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน ผู้นำอับดับหนึ่งที่ทิ้งห่างเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงมากขึ้นคือ ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือสมองเพชร เคียงข้างกับคู่หูสุดโหดอย่าง แฮร์รี่ เคน อาตี๋จากเกาหลีใต้คนนี้จะสามารถบันดาลแชมป์ให้เหล่ายิดอาร์มี่ได้ชื่นใจหรือไม่ ซึ่งเกมในคืนวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ระหว่างเชลซีและสเปอร์ส ถือเป็นด่านแรกของเหล่าขุนพลไก่เดือยทองที่จะต้องฝ่าฟันไปให้ได้