คืนชีพ! เส้นทางในฝันของอดีตเด็กเทพ แบมฟอร์ด

แพทริค เจมส์ แบมฟอร์ด แฟนบอลหลายคนคงคุ้นกับชื่อนี้เป็นอย่างดีในนามอดีตเด็กเทพของเชลซี ผู้ที่สามารถเหมาได้ทั้งตำแหน่งหน้าเป้าและกองกลางตัวรุก แต่ทว่าเรื่องราวในชีวิตค้าแข้งของเขา กลับไม่ได้ลงเอยในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่อย่างใด

            แบมฟอร์ดเริ่มเส้นทางอาชีพลูกหนังจากทีมนอตทิงแฮมฟอเรสต์ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่ทว่าอยู่ได้เพียงปีเดียวเชลซีก็ได้มาพรากไปจากอ้อมอกของฟอเรสต์ แบมฟอร์ดเดินทางต่อไปในสีเสื้อสิงห์บลูร่วมกับบรรดาเด็กนรกทั้งหลายที่ไหลเข้าสู่ทีมในยุคเดียวกันอย่าง ลูกากู โรเมอู เดอ บรอยน์ และอีกหลายๆ คน พวกเขาเหล่านี้ราวกับถูกเชลซีซื้อมากองไว้ ก่อนจะถูกปล่อยยืมให้ไปหาประสบการณ์กับทีมทั้งในลีกรองและลีกนอกอังกฤษ แน่นอนว่า แบมฟอร์ด ก็โดนเช่นกัน เขาถูกปล่อยให้เอ็มเคดอนส์ยืมตัวลงโม่แข้งในลีกวัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าเชลซีนั้นรู้ว่าตัวเองมีเพชรอยู่ในมือ เขาถูกเชลซีปล่อยยืมตัวครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ว่าจะเป็นดาร์บี้เค้าท์ตี้และมิดเดิ้ลสโบรช์ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ คริสตัลพาเลซ นอริชซิตี้ และเบิร์นลี่ย์ในพรีเมียร์ลีก ในช่วงเวลาที่ถูกปล่อยยืมตัว ซีซั่นกับมิดเดิ้ลสโบรห์ปี 2014/15 ถือว่าเป็นปีที่ฮอตที่สุดหลังซัดไป 17 ประตูจากการลงสนาม 38 เกม คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเดอะแชมเปี้ยนชิพ แต่ฝั่งเชลซีที่นำโดย มูรินโญ่ กลับมองว่า แบมฟอร์ด ยังไม่ดีพอที่จะลงตัวจริง กลายเป็นว่าฝันของเขาที่จะสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนามไม่เคยเกิดขึ้น ต้องจากถิ่นสิงห์บลูส์ไปมิดเดิ้ลสโบรห์ในปี 2017 ด้วยสถิติสุดช้ำใจ ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นชุดใหญ่เลยสักนัดเดียว

Photo : Goal.com

ด้วยคุณภาพลีกที่ด้อยลง แบมฟอร์ด สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้งโดยซัดไป 13 ประตูในซีซั่น 2017/18 จนฟอร์มไปเข้าตา มาร์เซโล บิเอลซา ทำให้ลีดส์ ยูไนเต็ดยอมทุ่มทุนสูงเป็นเงินจำนวน 7 ล้านปอนด์ ถือเป็นสถิติสโมสรในรอบ 17 ปีอีกด้วย ในฤดูกาลแรกก็ส่อแววเจ๊งนิดหน่อยหลังเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องพักสนามไปเกือบครึ่งฤดูกาล แต่ก็ยังพังไป 9 ประตูจากการลงเล่น 22 นัด ในส่วนภาพรวมของทีมนั้นต้องบอกว่าใจสลายหลังจากที่แพ้ให้กับดาร์บี้ในรอบรองของศึกเพลย์ออฟเลื่อนชั้น

Photo : Leeds United

ซีซั่นต่อมาอย่างปี 2019/20 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพค้าแข้งของ แบมฟอร์ด หลัง บิเอลซ่า ทำการปรับเปลี่ยนแท็คติกโดยให้เจ้าตัวมีอิสระมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องยืนค้ำในกรอบเขตโทษเพียงอย่างเดียว แต่สามารถโยกไปพื้นที่ด้านข้างรวมไปถึงการถอยลงมาต่ำเพื่อล้วงบอลและตั้งเกมบุกเอง แท็คติกนี้ทำให้เขามีส่วนร่วมกับเกมอยู่เสมอและเป็นการดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมา เนื่องจากสามารถเล่นได้ทั้งกองหน้าและกองกลางตัวรุกอยู่แล้ว เรียกได้ว่าจะเป็นตัวกินหรือจะเป็นตัวชงก็ได้หมด ขอให้นายว่ามา

“ผมเป็นหนี้เขาสุดๆ เพราะเขาคือคนแรกที่มองเห็นผมในฐานะกองหน้าที่มีหน้าที่ต่างออกไป” แบมฟอร์ด กล่าว “ผู้จัดการทีมคนอื่นรู้เพียงว่าผมสามารถเล่นได้ในกรอบเขตโทษ และเขาก็สั่งให้ทำตามนั้น แต่ บิเอลซ่า มองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวผมและทำให้ผมพัฒนาการเล่นไปอีกระดับ”

Photo : George Wood/Getty Images

ในเมื่อทั้งแท็คติก ทั้งเจ้านาย ทั้งอารมณ์ต่างเข้าล็อกกันสุดๆ สรุปว่าเจ้าตัวซัดไปทั้งสิ้น 16 ประตูคว้าดาวซัลโวของทีมและคว้าตั๋วขึ้นเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จหลังจากที่รอคอยกันมานานถึง 16 ปี แต่ทว่าเกิดคำถามขึ้นคือเจ้าตัวจะทนแรงกดดันในลีกสูงสุดของประเทศได้ดีแค่ไหน

ราวกับเป็นการตบหน้านักวิจารณ์ ปรากฏว่าในปีนี้เจ้าตัวลงสนามไป 8 นัด จัดไปงามๆ 7 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์นับแค่เฉพาะการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ตามหลังตำแหน่งดาวซัลโวเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น ซึ่งในจำนวนประตูนี้มาจากการกดแฮตทริกติดสูตรสำเร็จได้อีกด้วย ในตอนนี้ผลงานของลีดส์ ยูไนเต็ดเองก็ไม่ค่อยสม่ำเสมอ คงต้องเอาใจช่วยให้เจ้าตัวยิงสลุตพาทีมยูงทองหนีตกชั้นให้ได้ในฤดูกาลนี้