เดแคลน ไรซ์ บทบาทใหม่ในการสวมปลอกแขนกัปตันทีมขุนค้อน

ถ้าจะให้นึกชื่อหรือจินตนาการถึงภาพของคนที่จะมาทำหน้าที่และสวมปลอกแขนกัปตันทีมขุนค้อนเวสต์แฮมยูไนเต็ดแทนที่ชายที่ชื่อว่า มาร์ค โนเบิล นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่าทางทีมจะสามารถหาแคนดิเดตที่เหมาะสมมาสานต่อและรับช่วงบทบาทกัปตันที่เจ้าของคนเก่าทำไว้อย่างยอดเยี่ยมได้เรียบร้อยแล้ว

            เดแคลน ไรซ์ ชื่อของเขาได้ถูกพูดถึงเสมอในแง่ของการพัฒนาฝีเท้าเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางห้องเครื่องตัวคุมจังหวะที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก แต่ในขณะเดียวกันการก้าวขึ้นมารับบทบาทสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมขุนค้อนนั้น เรียกได้ว่าน่าประทับใจไม่น้อยในยามที่เจ้าของปลอกแขนคนเก่าอย่าง มาร์ค โนเบิล ไม่สามารถลงทำหน้าที่ได้

            ด้วยอายุอานามที่เพิ่มมากขึ้นของ มาร์ค โนเบิล ที่เจ้าตัวจะมีอายุครบ 34 ปีพอดีถ้าสัญญาฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงหลังจบฤดูกาลนี้ ทางทีมก็ได้เตรียมหาทายาทไว้สำหรับรับหน้าที่กัปตันทีมคนใหม่ของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว การลงมาประคอบประคองรุ่นน้องแบบในเกมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวได้โอกาสลงมาแทนที่เพื่อนร่วมทีมตอนใกล้จะหมดเวลา น่าจะเป็นบทบาทและหน้าที่หลักๆ ของเขาสำหรับฤดูกาลนี้กับเวสต์แฮมยูไนเต็ด

Photo : Goal.com

            นอกจากการรับบทบาทหน้าที่สวมปลอกแขนเป็นผู้นำทีมของ ไรซ์ แล้ว ผลงานด้านอื่นๆ ในสนามนั้นก็ล้วนเป็นที่จับตามองของทั้งกองเชียร์ขุนค้อนและในทีมชาติอังกฤษเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังในการการขับเคลื่อนแดนกลางก็ดี การเข้าสกัดหรือดักบอลในจังหวะสำคัญๆ และการคุมจังหวะของเกมนั้น เรียกได้ว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่มาจากมันสมองอันสุดยอดของเขา เราอาจจะไม่ได้รู้จัก ไรซ์ จากการมีทักษะลีลาที่น่าตื่นตาตื่นใจแบบ ซาอิด เบนรามาห์ หรือจังหวะการทำประตูแบบเหนือชั้นอย่าง มิเชล อันโตนิโอ หรือการยิงไกลอย่างสุดสวยอย่างเกมที่ผ่านมาอย่างของ เซบาสเตียน ฮาลเลอร์ แต่ความเข้าใจเกมและการเล่นที่ง่ายของเขาคือกุญแจสำคัญ

            เดวิด มอยส์ กุนซือของเวสต์แฮมก็ได้ออกมากล่าวชื่นชม ไรซ์ หลังจากมีชื่อเป็นคนทำประตูชัยให้ทีมชาติอังกฤษพิชิตไอซ์แลนด์ไป 1-0 โดยนับเป็นประตูแรกของเขากับทีมชาติอังกฤษอีกด้วย ย้อนกลับไปคราวที่แล้วการมาเยือนทีมเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดของเขาครั้งล่าสุดจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวดหลังทีมโดนยึดประตูตีเสมอในช่วงต่อเวลาของเกมจากการเช็ค VAR  

            นอกจากนั้น เดวิด มอยส์ ยังได้กล่าวว่า เขามีแผนที่จะสร้างทีมโดยมี ดีแคลน ไรซ์ เป็นแกนสำคัญ ผลงานน่าประทับใจในการจับคู่บงการแดนการร่วมกันระหว่างเขากับ โทมัส ซูเซ็ค นับว่าเป็นผลงานที่สุดยอดและยากจะหาใครมาสู้ให้สูสีคู่คี่กับสองกองกลางจากเวสต์แฮมยูไนเต็ดในเวลานี้ การเข้ามาเติมเต็มในแดนกลางของ ซูเซ็ค ทำให้เราได้เห็นศักยภาพในการเล่นอีกด้านที่เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นจากเขาในระดับสโมสร โดยฤดูกาลนี้ ไรซ์ มีจังหวะในการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนทำประตูทั้งหมดถึง 7 ครั้งด้วยกันในฤดูกาลนี้จากลูกโอเพ่นเพลย์ ซึ่งทำให้เขามีสถิติการสร้างสรรค์เกมดีกว่านักเตะอย่าง วิลเลี่ยน ของอาร์เซนอลและ ริชาร์ลิสัน ของเอฟเวอร์ตันอีกด้วย

            อีกหนึ่งเรื่องของสถิติตัวเลขและเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเขากับทีมขุนค้อนที่มักไม่ถูกยกมาพูดถึงเท่าที่ควรคือเกมสุดท้ายที่เขาพลาดโอกาสลงสนามให้กับต้นสังกัดเวสแฮมต์ยูไนเต็ดนั้น คือเกมที่ทีมเปิดบ้านอัดเซาแธมป์ตันไปขาดลอย 3-0 ในเดือนพฤษภาคมปี 2019 โดยหากนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ไรซ์ นับเป็นผู้เล่นที่มีจำนวนนาทีในการลงเล่นสูงสุดมากกว่าใครในทีม โดย ไรซ์ เล่นไปทั้งหมด 4,230 นาที รองลงมาเป็นกองหลังจอมเก๋าอย่าง แอนเจลโล่ อ็อกบอนนา 3,570 นาที

Photo : West Ham United

            ฤดูกาลที่แล้วมีเพียง ปิแอร์-อิมิล ฮอยเบิร์ก (325 นาที) ผู้เดียวเท่านั้นที่มีเวลาในการครองบอลมากกว่า ดีแคลน ไรซ์ (312 นาที) จากสถิติอันสุดยอดของเขาทำให้เขาอยู่เหนือนักเตะอย่าง วิลเฟร็ด เอนดิดิ้ ของเลสเตอร์ ซิตี้ (271 นาที) จอร์จิญโญ่ ของเชลซี (246 นาที) และ โรดรี้ ของแมนฯ ซิตี้ (228 นาที) ไรซ์ ยังมีสถิติของการตัดบอลที่ดีเยี่ยมถึง 77 ครั้ง ขึ้นแท่นเป็นอันดับสองของลีก และมีจำนวนในการเข้าสกัดชนะถึง 60 ครั้ง จัดเป็นอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกด้วย

            ในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาฝากผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับทีมโดยเป็นผู้ที่จ่ายบอลประสบผลสำเร็จมากที่สุดและสร้างจังหวะสกัดเยอะที่สุดในสนาม โดยผลงานการจัดการกับแนวรุกทีมคู่แข่งก่อนเข้าพื้นที่สุดท้ายของสนามเป็นเรื่องที่เรามักเห็นได้เป็นประจำจากเขา นอกจากนั้นชื่อของเขายังถูกจัดเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของผู้เล่นที่มีสถิติการสกัดบอล และ 1 ใน 5 อันดับแรกของการครองบอล

            อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในจำนวนสุดยอดนักเตะทั้งหลายที่รับใช้ขุนค้อนครบ 100 นัด ตั้งแต่อายุ 21 ปี ได้แก่ โจ โคล ริโอ เฟอร์ดินาน แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ไมเคิล คาร์ริค ทั้ง 4 คนล้วนยกระดับและย้ายไปสู่สโมสรที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม             จากผลงานที่สุดยอดของ ดีแคลน ไรซ์ ในปีนี้กับตลาดนักเตะที่จะเปิดให้ซื้อขายแลกเปลี่ยนอีกทีในเดือนมกราคมปีหน้านั้น ความสนใจจากทีมต่างๆ คงเป็นประเด็นข่าวที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีก แต่ต้องไม่ลืมว่าเวสต์แฮมภายใต้การนำของ มอยส์ ในตอนนี้กำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกันการขึ้นมาทำหน้าที่รับปลอกแขนกัปตันทีมคนใหม่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น การได้เห็น ดีแคลน ไรซ์ อยู่โยงกับทีมรักนั้นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แฟนบอลเวสต์แฮมหวังให้เกิดกับทีมขุนค้อนอย่างแน่นอน