เริ่มแผ่ว? ซิตี้สร้างโอกาสน้อยลง พอมีโอกาสก็จบไม่ได้

หลังจากพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้วจบลง เจ้าของแชมป์แอสซิสต์สูงสุดของลีก ณ ปัจจุบัน เควิน เดอ บรอยน์ มีเวลาพักหายใจหายคอแค่ 8 วันเท่านั้นก่อนจะเริ่มฤดูกาลใหม่ ตอนนี้เขาชวดลงสนามไปแล้วสองจากเจ็ดเกมลีก โชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานพร้อมๆ กันกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ  เรียกได้ว่าพากันฝืดทั้งทีมเลยยากที่จะบอกว่าที่ฟอร์มดร็อปกันนั้นเป็นเพราะปัญหาความฟิตหรือการบาดเจ็บของนักเตะกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือนักเตะทีมเรือใบสีฟ้าต้องปรับแท็คติคนิดหน่อยจากปีที่แล้ว ต้องมารอดูกันว่าจะช่วยกระตุ้นให้ทีมคืนฟอร์มโหดได้ในเร็วๆ นี้มั้ย

เกมรับของพวกเขาดูแน่นขึ้น แต่เกมรุกกลับยังไม่พัฒนาจากฤดูกาลที่แล้วที่สร้างโอกาสได้มากกว่าใครเพื่อน แต่กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถเปลี่ยนมันให้เป็นประตูได้ดีเท่าคนอื่นเขา พูดง่ายๆ คือถ้าเป็นแบบนี้ยิงเท่าไหร่ก็ไม่มีวันพอ มาปีนี้เลยยิงไปได้แค่ 10 ประตู ไม่ใช่ว่าเพราะสร้างโอกาสได้น้อยอย่างเดียว แต่ยังไม่คมเหมือนเดิมอีก เทียบกับตอนฤดูกาลที่แล้วที่ซัดไปถึง 27 ลูกตั้งแต่เจ็ดเกมแรก มีความน่าจะเป็นในการได้แต้มเฉลี่ยที่ 2.5 แต้มต่อเกม ในขณะที่ตอนนี้เหลือแค่ 1.34 เท่านั้นเอง จังหวะการส่องเฉลี่ยต่อเกมก็ลดลงจาก 19 เหลือแค่ 14 ครั้ง นั่นหมายความว่ายิงทิ้งยิงขว้างไปซะเยอะ

สามปีที่ผ่านมา ทีมเรือใบสีฟ้าเป็นทีมที่สร้างโอกาสทำประตูจากลูกโอเพ่นเพลย์ได้มากกว่าใครเพื่อน ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำได้อยู่ แต่ดันมีอีกตั้ง 5 ทีมที่ทำได้ดีกว่า ถือว่าหลุดฟอร์มอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ตัวเองสร้างขึ้นมาในสามฤดูกาลติด จากจังหวะเซ็ตเพลย์ พวกเขาเพิ่งสร้างโอกาสทำประตูไปได้แค่ 5 ครั้ง โดย 2 ครั้งในนั้นมาจากลูกเตะมุมที่แพ้เลสเตอร์ไป 5-2 ส่วน เดอ บรอยน์ ยังจองสัมปทานตำแหน่งตัวปั้นเกมที่ดีที่สุดของทีมอยู่ด้วยการสร้างโอกาสไป 17 ครั้งจากลูกโอเพ่นเพลย์ นับเป็นอันดับสองของลีกร่วมกับ แจ็ค กรีลิช แม้ว่า 10 ครั้งในนั้นจะเกิดขึ้นภายในเพียงสองแมทช์ก็ตาม รองลงมาเป็น เจา คันเซโล ที่ทำไปได้ถึง 11 ครั้งจากลูกตั้งเตะภายในแค่ 4 เกมที่ลงเป็นตัวจริง ถัดมาเป็น สเตอร์ลิง ที่ 8 ครั้งแม้ว่า 5 ครั้งในนั้นมาจากเกมเดียวล้วนๆ ที่เสมอกันไปกับลีดส์ 1-1 ตามมาด้วย มาห์เรซ ซึ่งจากเคยเป็นรองแค่ เดอ บรอยน์ เมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 4 ฤดูกาลนี้ หลังๆ มาอาจจะมีเพื่อนร่วมทีมแอบบ่นว่าชอบเก็บบอลไว้กับตัวนานเกินไป แต่เจ้าตัวก็ยังไม่หยุดสร้างโอกาสให้กับทีมได้ลุ้นทำประตู ผู้เข้าประกวดจากแมนฯ ซิตี้ตอนนี้เลยเหลือแค่ เดอ บรอยน์ กับ คันเซโล ที่ติดอันดับ 26 นักเตะที่สร้างโอกาสให้ทีมมากกที่สุดจากลูกโอเพ่นเพลย์ในลีกปีนี้ ลดลงจากห้า 5 คนที่ติดท็อป 20 ในปีที่แล้ว

Photo : FourFourTwo

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018-19 แชมป์แอสซิสต์เจ้าเก่าอย่าง เดอ บรอยน์ เจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานเลยต้องเสียตำแหน่งให้กับ เอเด็น อาซาร์ แต่ก็มี แบร์นาโด้ ซิลวา เป็นรองแชมป์ ตามมาด้วย สเตอร์ลิง และก็ ดาบิด ซิลบา ช่วยกันสร้างโอกาสให้กับทีมไป 199 ครั้งจากลูกโอเพ่นเพลย์ สำหรับปี 2017-18 มีนักเตะจากแมนฯ ซิตี้ติดท็อป 20 นักเตะที่แอสซิสต์มากที่สุดถึง 4 คน แต่พอมาฤดูกาลนี้ แบร์นาโด้ ซิลวา เพิ่งสร้างโอกาสไปได้แค่ 1 ครั้งถ้วนจาก 3 นัดที่ลงเป็นตัวจริง อาจเพราะช่วงนี้โดนปรับไปเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ เลยจะเน้นไปทางเรื่องช่วยทีมครองบอลมากกว่าทำประตูก็เป็นได้

ตอนเจอลีดส์กับเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด แมนฯ ซิตี้ทำได้แค่กดดันคู่แข่งสูงจนแย่งบอลได้ มีพื้นที่ให้เข้าทำ แต่ไม่ว่าจะยิงหรือจ่ายก็ยังดูขาดๆ เกินๆ เหมือนตอนดวลกับลิเวอร์พูลไม่มีผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งหลัง เห็นได้ชัดว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากความล้าหรือไม่ก็ความฟิต น่าสนใจว่า กวาดิโอล่า จะแก้แผนรถบัสของหลายๆ ทีมในพรีเมียร์ลีกอย่างไร  

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แมนฯ ซิตี้กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้กลับมาสร้างโอกาสลุ้นประตูได้มากเท่าเดิม และต้องเน้นให้มากกว่านี้เมื่อมีโอกาส ปีนี้พวกเขายิงไปได้ 4 ลูกจากจังหวะสำคัญ 10 ครั้ง ค่าเฉลี่ยของทีมที่เปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้มากที่สุดในลีกอยู่ที่ 50.7% แต่ทีมตอนนี้เรือใบสีฟ้าเป็นอันดับสี่จากที่โหล่ได้ไปแค่ 33.7% พอไม่มีกองหน้าตัวเก่งอย่าง อเกวโร่ กับ เฮซุส ก็เหมือนไปหน้าประตูคู่แข่งได้แต่ทำอะไรไม่ถูก ล่าสุด เฮซุส ก็เพิ่งพลาดโอกาสทองจากลูกโหม่งครึ่งหลังในนัดเจอกับหงส์แดง

อันที่จริงคือไม่มีใครในซิตี้ที่ใช้โอกาสไม่เปลืองเลย ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว เดอ บรอยน์ กับ ฟิล โฟเด้น มีโอกาสทำประตูไปกันคนละสามแต่ยิงไปได้แค่คนละเม็ด สเตอร์ลิง ยิงได้ 1 ลูกจากโอกาส 2 ครั้ง นาธาน อาเก้ ได้โอกาสครั้งเดียวก็แต่ประตูให้ทีมได้ ในพรีเมียร์ลีก อัตราการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูของนักเตะทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 20.1% อาเก้ ได้ไป 100% เฮซุส 40% ไคล์ วอล์คเกอร์ 33% โฟเด้น 25% สเตอร์ลิง 20% เดอ บรอยน์ กับ มาห์เรซ ที่ประมาณ 7% ตัวเลขทั้งหมดเลยทำให้สรุปได้ว่านักเตะแมนฯ ซิตี้สร้างโอกาสลุ้นทำประตูได้ไม่มากเท่าปกติ และความคมก็ลดลงไปเยอะ ไม่รู้ว่าจะด้วยความไม่ฟิต ขาดแรงบันดาลใจ ปัญหาเชิงแท็คติก หรืออะไรก็แล้วแต่ รู้อย่างเดียวว่าเวลาจะเป็นตัวบอกต้องรอดูต่อไป