อย่าเพิ่งลน! ส่องลึกแนวรับหงส์งแดงยามไร้ โจ โกเมซ

เรียกได้ว่าดวงแตกไม่ใช่น้อยสำหรับลิเวอร์พูล หลังจากที่ โจ โกเมซ ปราการหลังดาวรุ่งของทีมต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บแบบไม่คาดฝัน ต้องปิดซีซั่นยาวไปพร้อมกับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ อีกคน โดยจากคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมแคมป์ทีมชาติสิงโต โกเมซ นั้นกำลังขยับซ้อมปกติก่อนที่จะลงไปนอนร้องด้วยความเจ็บปวด เป็นอุบัติเหตุที่เจ้าตัวไม่เคยตั้งใจให้เกิดขึ้น

จากรายงานข่าวล่าสุดกล่าวว่าเจ้าตัวเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แต่จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการฟื้นฟูต่อไป แต่ยังเป็นเรื่องดีที่การบาดเจ็บคราวนี้ไม่ใช่การซ้ำแผลเก่าที่เอ็นไขว้หน้าเข่า การปิดเทอมยาวของคู่เซนเตอร์หลัก ทำให้ทางลิเวอร์พูลเหลือเซนเตอร์มืออาชีพเพียงแค่ 2 คนได้แก่ โจเอล มาติป และ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ เท่านั้น แต่สิ่งที่ฝากรอยแผลไว้ให้กับทีมหงส์แดงนั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

อย่างแรกเรามาดูกันว่าการดวลตัวต่อตัวของเซนเตอร์ลิเวอร์พูลแต่ละคนนั้นทำผลงานได้ดีแค่ไหน ในแง่ของการเข้าแท็คเกิล การโหม่งลูกเซตเพลย์และโอเพ่นเพลย์ ดังที่เห็นในภาพด้านบน จะเห็นได้ว่า ฟาน ไดค์ นั้นทำผลงานได้โหดมาก ครบเครื่องในทุกด้าน ผู้เล่นที่ทำได้ดีรองลงมาได้แก่ ฟิลลิปส์ ที่สถิติดูดีอาจเนื่องจากจำนวนลงเล่นที่น้อยกว่าเยอะ และ มาติป ผู้เปรียบเสมือนแข้งครึ่งคน เปราะบางพร้อมเจ็บตลอดเวลา ในขณะที่ โกเมซ นั้นอาจดูทำผลงานได้ไม่ค่อยดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวไม่มีประโยชน์  สิ่งที่เจ้าตัวทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไว้ใจนั่นคือ การผ่านบอล และความเร็วในการเล่นเกมรับ

แน่นอนว่า ฟาน ไดค์ คือกองหลังหงส์แดงที่มีสถิติผ่านบอลดีที่สุด แต่ โกเมซ ก็ใช่ย่อย เจ้าตัวทำสถิติได้ดีเป็นอันดับสองรองลงมา จากในรูปข้างบน จะเห็นว่า โกเมซ ทำได้ดีมากในการออกบอลสั้น ในส่วนบอลยาวนั้นก็พอที่จะไว้วางใจได้ นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาลที่แล้ว โกเมซผ่านบอลไปทั้งสิ้น 1,802 ครั้ง โดยจำวนมากกว่าครึ่งในนี้เป็นการส่งให้ ฟาน ไดค์ เทรนต์ และ เฮนเดอร์สัน หมายความว่าความสำคัญของเจ้าตัวคือการผ่านบอลถ่ายไปซ้ายและขวาอย่างแม่นยำเพื่อทำการหลอกล่อแนวรับของคู่แข่งให้เสียรูปขบวนและเปิดช่องให้แนวรุกเข้าทำ ดังนั้นการขาดหายไปของสองเซนเตอร์จึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับลิเวอร์พูลในการตั้งเกมรุกจากหน้าปากประตูของตัวเอง ในฟากของกูรูสำนักต่างๆ พากันเก็งว่าทางออกของปัญหานี้คือการถอย ฟาบินโญ่ ลงมาเล่นปราการหลัง เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่ออกบอลได้ดีพอสมควร ส่วนอีกทางหนึ่งได้แก่การถอย ติอาโก้ มิดฟิลด์ตัวคุมเกมของทีมลงต่ำ เพื่อออกบอลและบัญชาเกมจากแนวลึก

ปัญหาสำคัญถัดมาคือการขาดหายไปของโกเมซ ส่งผลให้เกมรับลิเวอร์พูลต้องปรับตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้  ในรูปที่เห็นด้านบนคือแท็คติกการเล่นเกมรับของทีมหงส์แดงในยามที่ตัวผู้เล่นสมบูรณ์เต็มร้อย พวกเขาจะทำการเพรสซิ่งเมื่อบอลอยู่ในแดนคู่แข่ง แต่จะทำการตั้งรับเมื่อบอลผ่านมาอยู่ในแดนตัวเอง การเล่นในลักษณะนี้มักส่งผลให้แผงหลังลอยสูง มีพื้นที่ว่างให้คู่แข่งโจมตีเยอะ สาเหตุที่ลิเวอร์พูลสามารถยืนแผงหลังสูงขนาดนี้ เนื่องจากการเข้าคู่ของ ฟาน ไดค์ และ โกเมซ นั้นมีความเร็วมากพอในการคุมพื้นที่หลังไลน์เกมรับ

แต่การบาดเจ็บของทั้งคู่ทำให้ลิเวอร์พูลต้องถอยไลน์เกมรับลงไปลึกกว่าเดิมดังในรูปด้านบน เนื่องจากถ้าหากดึงดันยังเล่นเกมรุกเพลิน อาจะโดนสวนจนเสียประตูได้เหมือนที่เห็นในเกมกับแอสตันวิลล่า สิ่งที่เห็นได้ชัดคือสถิติการแย่งบอลคืนในแดนคู่แข่งลองลิเวอร์พูลนั้นลดลงไปเมื่อเทียบในฤดูกาลที่แล้ว

ในตอนนี้ทางสื่อข่าวเมืองนอกต่างประโคมข่าวถึงเซนเตอร์แบ็คตัวใหม่ของทีมหงส์แดงแล้ว แต่ในเมื่อทุกทีมต่างรู้ว่าลิเวอร์พูลต้องการตัวแทนด่วน ก็โก่งราคาสิครับ ซึ่งต้องมาดูว่าทีมซื้อขายของคล็อปป์จะเก๋าเกมแค่ไหนในสถานการณ์แบบนี้