ล่มปากอ่าว! ความรู้สึกเหล่าแข้งสาลิกาดงหลังชวดแชมป์ไปแบบสุดงง

“มันยังหลอนอยู่จนถึงทุกวันนี้” เลส เฟอร์ดินานด์ อดีตศูนย์หน้านิวคาสเซิลกล่าว “เราใกล้มันมากๆ แต่เราทำมันไม่ได้ ผมยังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ทุกวันในชีวิต” แค่คำกล่าวนี้ก็คงเห็นภาพแล้วว่าความเจ็บปวดมันมากขนาดไหนกับสิ่งที่เกือบจะได้ครอบครอง

นับตั้งแต่ก่อนตั้งสโมสรมาจนถึงปี 1969 สาลิกาดงเองความแชมป์ไปรวมทั้งหมด 11 รายการ มีเพียง แอสตัน วิลล่าเท่านั้นที่ได้แชมป์มากกว่า (14 แชมป์) นั่นหมายความว่าในยุคนั้น นิวคาสเซิลครองความยิ่งใหญ่เหนือแมนฯ ยูไนเต็ดและลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ ทำให้ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะมีฐานแฟนบอลหนาแน่นพร้อมศรัทธาในทีมรักของตัวเอง อีกทั้งเป็นทีมที่เหล่านักเตะอยากร่วมทีมด้วย

            มัลคอล์ม แมคโดนัลด์ อดีตศูนย์หน้าที่ร่วมทีมสาลิกาในปี 1971 กล่าวว่า “ในตอนนั้นเนี่ย มีอยู่ 3 สโมสรที่สนใจผม ได้แก่ เชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนิวคาสเซิล เหตุผลที่ผมเลือกนิวคาสเซิลเหรอ? เพราะว่าพวกเขาเพิ่งคว้าแชมป์แฟร์คัพมาเมื่อ 2 ปีก่อนผมร่วมทีม ปีก่อนหน้าที่ผมจะย้าย พวกเขาเองก็ไปได้สวยในรายการเอฟเอคัพ นั่นคือชื่อเสียงของพวกเขาในสมัยนั้น มันยากที่จะปฏิเสธ”

Photo : Chronicle Live

แต่เมื่อมาถึงพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1995-96 ในฤดูกาลนั้น ทีมสาลิกาดงของ เควิน คีแกน โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดสะเด่า ออกสเต็ปฟุตบอลโพธ์แก้วอันสุดเร้าใจจนถูกเรียกว่าทีมเอนเตอร์เทนแห่งยุค หลังผ่านไป 15 นัดในลีกจนถึงช่วงปีใหม่ พวกเขานั่งบัลลังก์จ่าฝูงพร้อมมีแต้มนำอันดับสองถึง 12 แต้ม มองจากมุมนี้ คงเรียกได้ว่านอนคว้าถ้วยมาแบบใสๆ ไม่มีอะไรต้องกังวลมากนัก แต่ด้วยประสบการณ์ความเขี้ยวที่ยังไม่มากพอ ส่งผลให้สาลิกาดงฟอร์มแกว่ง จนถูกแมนฯ ยูไนเต็ดทำแต้มจี้ แถมยังพ่ายคาถิ่นให้กับทีมผีแดงในจังหวะขับเคี่ยวแชมป์ช่วงเดือนมีนาคมอีกด้วย ทำให้ช่องว่างคะแนนถูกบีบเหลือเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น จนเข้าถึงช่วงโค้งสุดท้าย ยอดบรมกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ออกมาสัมภาษณ์แบบวางไข่ไว้ว่า ทีมอื่นๆ อาจจะไม่เน้นมากเวลาเจอสาลิกาดง ต่างจากทีมของเขาที่จะวิ่งเป็นม้าดีดพยายามเอาชนะให้ได้

ฝ่ายเควิน คีแกนเองก็ไม่ยอมอยู่เฉย หลังจากได้ยินเซอร์พูดก็ลมออกหูพร้อมสวนกลับไปออกแนวว่า การพูดแบบนั้นคือการไม่ให้เกียรติคู่แข่งคนอื่น อีกทั้งเตือนว่าการที่ผีแดงต้องไปเยือนมิดเดิลสโบรห์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมลั่นวาทะว่า “ผมจะสะใจมากถ้าเราเป็นฝ่ายเอาชนะพวกเขาได้ สะใจโคตรๆ เลย” ซึ่งคำพูดนี้กลายเป็นประโยคเด็ดของพรีเมียร์ลีก ได้รับการโหวตให้เป็นคำพูดที่น่าจดจำที่สุดในรอบสองทศวรรษของการแข่งขันรายการนี้ ผลสุดท้ายคือ คิงเคฟไม่มีโอกาสได้สะใจอย่างที่หวัง นิวคาสเซิลสมาธิกระเจิงไปหมด พลาดเสมอใน 2 นัดสุดท้าย ทำให้ผีแดงเข้าวินคว้าแชมป์ไปครองด้วยคะแนนที่เหนือกว่า 4 แต้ม

Photo : Newcastle United FC

“มันแทบฆ่าผมทั้งเป็น เราใกล้มันมากๆ” สตีฟ โฮววี่ ปราการหลังในทีมชุดนั้นกล่าว แน่นอนว่าในความรู้สึกของแฟนบอลย่อมไม่ต่างกัน ในปีนั้นพวกเขามีอาวุธหนักราวกับไปเหมากองทัพมาอย่าง ดาวิด ชิโนล่า ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ และ เลส เฟอร์ดินานด์ เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขายังมีศูนย์หน้าเทพเจ้าของยุคอย่าง อลัน เชียร์เรอร์ เป็นขุมกำลังอีกคน ด้วยชื่อชั้นเหล่านี้ย่อมตะลุยฝ่าดงทีมในพรีเมียร์ไม่ยาก แต่น่าเสียดายที่มันไม่เคยเกิดขึ้น “ในตอนนั้นผมคิดตลอดว่า ‘ค่อยเอาใหม่ปีหน้า’” ร็อบ ลี แนวรุกตัวเก่งของทีมกล่าว “ทว่าเราไม่มีโอกาสอีกครั้งแล้ว”

“ผมจำได้เสมอว่า เควิน คีแกน เคยพูดกับพวกเราว่าที่ลิเวอร์พูล เขาคว้าแชมป์มาแล้วเกือบทุกถ้วย (ในฐานะนักเตะ) แต่ถ้วยที่ยากที่สุดคือถ้วยใบแรก” วอร์เรน บาร์ตัน อดีตหนึ่งแข้งในทีมกล่าว “และนั่นคือสิ่งที่เราเจอ เรายังไม่เคยคว้าถ้วยใบแรกมาได้”

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าแฟนบอลจะหมดหวัง ในปี 2019 นิวคาสเซิลรั้งอันดับ 13 จากทั้งหมด 50 ทีมฟุตบอลที่มีผู้เข้าชมเฉลี่ยเยอะที่สุดในโลกระหว่างปี 2013-2018 ด้วยผู้ชมเฉลี่ยราว 50,721 คนต่อแมตช์ แม้ทุกทีมที่อยู่อันดับก่อนสาลิกาดงสามารถคว้าแชมป์ได้ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาก็ตาม นั่นหมายความว่าเหล่าแฟนบอลสาลิกาดงยังคงศรัทธาในทีมรัก รอคอยและหวังเห็นความยิ่งใหญ่อีกหนึ่งยุคสมัย