น้ำตาของบรูโน่

บรูโน่ แฟร์นันด์ หรือ เฟอร์นันเดส เป็นเด็กคนหนึ่งในหลายๆ ล้านคน ที่อยากเติบโตมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ความสามารถและชื่อเสียงของเขาในชั่วโมงนี้นั้น คงไม่ต้องบรรยายอะไรอีกแล้ว

บรูโน่เกิดและเติบโตที่เมืองมีอา ทางตอนเหนือของปอร์โต้ ฐานะทางบ้านปานกลางค่อนไปทางแย่ บรูโน่เมื่อเริ่มโตขึ้นก็หัดเล่นฟุตบอลกับ ริคาร์โด้ พี่ชายของเขา และเขานั้นก็ตั้งเป้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาว่า เขาต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ บรูโน่เรียนยังไม่ทันจบเกรด 11 ก็ออกจากโรงเรียนเพื่อมาเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง

พี่ชายของบรูโน่เล่าให้ฟังว่า “มีอยู่ช่วงนึง พ่อต้องการพาเราย้ายไปที่สวิตเซอร์แลนด์ เพราะเศรษฐกิจในโปรตุเกสช่วงนั้นมันย่ำแย่มาก แต่บรูโน่ไม่ยอม พร้อมกับขู่ว่าจะหนีออกจากบ้านถ้าเราย้ายไปที่นั่น เหตุผลมันบ้ามาก เพราะเขาบอกเราว่า คนที่นู้นเล่นฟุตบอลกันไม่เป็น สุดท้ายพ่อจึงต้องย้ายไปคนเดียว ส่วนแม่คอยดูแลพวกเราที่นี่” “ผมและครอบครัวกังวลเล็กน้อยนะ เขาไม่มีแผนสำรองในหัวเลย แต่พวกเราทุกคนก็เคารพในสิ่งที่เขาเลือก”

บรูโน่ใช้เวลาส่วนมากฝึกฝนทักษะอยู่กับสโมสรเบาวิสต้า ด้วยสไตล์การเล่นและตำแหน่งที่ยืน เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้เขาว่า มินิแลมพารด์ เขาอยู่กับสโมสรจนถึงอายุเกือบจะ 18 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววจะได้ขึ้นชุดใหญ่ และนั่นทำให้เขาต้องตัดสินใจเดินทางครั้งสำคัญ

ฤดูกาล 2012/2013 คริสเตียโน่ เกียเร็ตต้า ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรโนวาร่า ทีมที่พึ่งตกชั้นจากเซเรียอา อิตาลี ได้รับคำเชิญจากลูกพี่ลูกน้องของบรูโน่ ( และเป็นเอเจนต์ส่วนตัวในตอนนั้น ) ให้มาชมฝีเท้าของบรูโน่ที่โปรตุเกส

Photo : 90Min

เกียเร็ตต้าประทับใจในฝีเท้าของบรูโน่มาก โดยบอกว่า เขาจะเป็น “รุย คอสต้า” คนใหม่แห่งวงการฟุตบอลอิตาลีแน่นอน และเขาต้องการตัวบรูโน่ไปที่อิตาลี

บรูโน่ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างในโปรตุเกสเดินทางมาเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับโนวาร่า เขาลงซ้อมกับทีมเยาวชนในช่วงสองอาทิตย์แรก แต่หลังจากนั้น ชื่อของก็อยู่ในทีมชุดใหญ่มาโดยตลอด ชีวิตในสนามเป็นไปได้สวย แต่นอกสนามนั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

เวลาที่ไม่ได้เล่นฟุตบอล บรูโน่คิดถึงที่บ้านมาก และเขานั้นยังพูดอิตาลีได้ไม่เก่งนัก ครอบครัวและแฟนสาวต้องเดินทางมาที่อิตาลีเดือนละครั้งเพื่อนคอยให้กำลังใจ จนในที่สุด ครอบครัวของเขาก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่อิตาลีด้วย รวมถึงแฟนสาว ( ภรรยาในปัจจุบัน ) ก็ตัดสินใจดร็อปเรียน และมาอยู่อิตาลีด้วยเช่นกัน

เรื่องน่าทึ่งอย่างนึงของบรูโน่คือ เขาเป็นคนสมถะมาก ตอนออกจากโปรตุเกส แม่ของเขาให้เงินติดตัวมา 50ยูโร และบอกให้เขาใช้มันซื้อของที่เขาต้องการ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมให้บอก บรูโน่ได้รับค่าเหนื่อยจากสโมสร 1,500ยูโรต่อสัปดาห์ แต่…… สโมสรจะจ่ายให้ทีเดียวตอนเดือนกุมพาพันธ์ มันไม่น่าเชื่อว่า เขาไม่ได้เตะต้องเงิน 50ยูโรนั้นเลยจนเดือนมกราคม “ผมกินอยู่และใช้ชีวิตที่สนามเป็นหลัก ผมไม่ได้ออกไปไหนเท่าไหร่นัก ผมได้เล่นฟุตบอล ได้ลงสนาม ผมไม่ต้องการอะไรแล้ว”

ปีแรกในชีวิตค้าแข้งของบรูโน่ ทีมจบที่ 5 แต่แพ้ในเกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น เขาลงเล่นไป 24 เกม แม้จะไม่ได้ลงเล่นมากนัก แต่ฟอร์มของเขาก็ดีพอที่จะทำให้มีทีมจากซีเรียอายื่นข้อเสนอเข้ามา

อูดิเนเซ่ยื่นสัญญาขอเป็นเจ้าของร่วมกับทางโนวาร่า ก่อนจะขอซื้อขาดด้วยค่าตัว 2.5ล้านยูโรในภายหลัง

บรูโน่สวมเสื้อเบอร์ 32 เบอร์เดียวกับที่เขาใส่เล่นให้กับโนวาร่า ในช่วงแรกของฤดูกาล 2013/2014 เขาแทบไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย ก่อนที่จะได้ลงสนามนัดแรกในซีเรียอา ในเกมที่พบกับอินเตอร์ช่วงต้นเดือนพฤษจิกายน บรูโน่ถูกส่งลงมาในครึ่งหลังก่อนที่ทีมจะแพ้ไป 3-0 โดยที่หลังจากนั้น บรูโน่ได้โอกาศลงสนามมากขึ้น 

ฤดูกาลต่อมา บรูโน่เปลี่ยนมาสวมเสื้อเบอร์ 8 ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าเป็นเลขที่เขาชอบมากที่สุด เหตุผลแรกคือ เพราะบรูโน่นั้นเกิดวันที่ 8 ส่วนอีกเหตุผลนึงคือ พ่อของบรูโน่นั้น เคยเล่นฟุตบอลอาชีพในช่วงสั้นๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น และเบอร์ที่พ่อของเขานั้นใส่อยู่ตลอดคือเบอร์ 8 เช่นเดียวกัน บรูโน่สักเลข 8 ไว้ที่แขนขวาของเขาด้วย โดยอีกฝั่งเป็นตัวอักษร F 

ผลงานของบรูโน่กับทีมอูดิเนเซ่ถ้าว่ากันตามตรงก็ไม่ได้โดดเด่นมากมาย อาจด้วยเพราะคุณภาพของเพื่อนร่วมทีมและโค้ช ทีมเองไม่ได้มีนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์มากนัก แต่ละปี เป้าหมายก็เพียงแค่ให้อยู่รอดในซีเรียอา โดยฤดูกาล 2015/2016 ทีมรอดตกชั้นไปเพียงแต้มเดียวนั้น

หลังจบฤดูกาล บรูโน่ถูกเรียกติดทีมชาติโปรตุเกสชุดลุยโอลิมปิกที่บราซิล เขาใส่เสื้อเบอร์ 10 รับบทบาทจอมทัพตัวหลักของทีม โปรตุเกสผ่านเข้ารอบเป็นที่ 1 ของสาย แต่ก็ไปแพ้เยอรมันไปขาดลอย 4-0 ในรอบ 16 ทีม

ฤดูกาล 2016/2017 บรูโน่ย้ายทีมอีกครั้ง คราวนี้มาเล่นให้กับซามโดเรียด้วยสัญญายืมตัว ฟอร์มก็ยังไม่ถือว่าเปรี้ยงปร้างเช่นเดิม ลงเล่นตัวจริงสลับสำรองบ้าง จบซีซั่นด้วยการทำไป 5 ประตู มากที่สุดตั้งแต่เริ่มค้าแข้งมา

ฤดูกาล 2017/2018 สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ทีมดังของโปรตุเกสติดต่อขอซื้อตัวบรูโน่เข้าร่วมทีม ด้วยค่าตัว 8.5 ล้านยูโร แม้ว่าครอบครัวของเขาจะเป็นแฟนพันธ์แท้ของปอร์โต้ แต่ทุกคนก็ดีใจมาก ที่บรูโน่ได้ย้ายกลับมาเล่นที่โปรตุเกสเสียที 

บรูโน่กับสปอร์ตติ้ง เหมือนคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่ เขาเปิดตัวปีแรกกับทีมแบบร้อนแรงฉุดไม่อยู่ ทั้งยิงทั้งจ่าย ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งในลีกและถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ลีก บรูโน่ถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ก่อนจะได้ลงประเดิมสนามเกมแรกในฐานะตัวสำรองในเดือนพฤศจิกายน ฟอร์มของบรูโน่เริ่มเป็นที่จับตาจากบรรดาแมวมองทั่วยุโรป

ช่วงท้ายฤดูกาล ในขณะที่สปอร์ตติ้งขับเคี่ยวแย่งรองแชมป์กับเบนฟิก้า และต้องมาเปิดบ้านพบกันในนัดรองสุดท้าย ปรากฎว่าทีมทำได้แค่เสมอ หมดโอกาศในการไปเล่นแชมป์เปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า ผลที่ตามมาคือบันทึกหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์สโมสรและโลกฟุตบอล

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2018 หลังเกมนัดปิดฤดูกาลได้ 2 วัน นักเตะยังคงซ้อมกันอยู่ที่สนาม เพราะต้องเตรียมตัวแข่งนัดชิงถ้วยลีกคัพในสุดสัปดาห์ ช่วงประมาณ 6 โมงเย็น กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 50 คน สวมหมวกและผ้าคลุมปิดบังใบหน้า บุกเข้ามาในสนามซ้อมของทีม “พวกแกมันห่วย ฉันจะฆ่าแกซะ” จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็เริ่มทำลายข้าวของ ทำร้ายบรรดานักแตะและสต๊าฟ

ที่สนานซ้อมนั้นมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็จริง แต่เทียบด้วยจำนวนแล้ว น้อยกว่าอยู่มาก เสียงสัญญาณเตือยภัยดังขึ้น พร้อมกับความโกลาหล บรรดานักเตะ สต๊าฟวิ่งหนีตายกันจ้าหล่ะหวั่น เปรียบดั่งฉากหนังสงครามยังไงยังงั้น หลายคนถูกทำร้ายด้วยหมัด ท่อนไม้ เข็มขัด ถูกโยนถูกทุ่ม หนักสุดคือ บาสโดส กองหน้าตัวเก่งของทีมที่ยิงไปกว่า 40 ประตู เขามีแผลเลือดออกหลายแห่ง

หลังเหตุการณ์สงบ นักเตะปฎิเสธที่ทำการซ้อม รวมถึงการแข่งขันในสุดสัปดาห์ด้วย หลายคนเริ่มมองหาหนทางที่จะย้ายออกจากทีม บรูโน่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น มีข่าวลือว่าทั้งสเปอร์และลิเวอร์พูลเองสนใจในตัวเขามาก มีการเผยแพร่คลิปวิดิโอที่เขาบอกกับเพื่อนร่วมทีมว่า “มันเป็นเกียรติอย่างมากนะ ที่ผมได้เล่นร่วมกับพวกคุณทุกคนที่นี่”

กอนคาโว่ แฟร์ไรร่า แฟนบอลคนนึงของทีมรู้สึกว่า เขาต้องทำอะไรบางอย่าง เขาสร้างแฮชแทค #AoVossoLado แปลว่า เราจะอยู่เคียงข้างคุณ แฮชแทคถูกรีทวีตไปกว่า 3 ล้านครั้ง “จริงอยู่ที่เราอาจล้มเหลวในฤดูกาลนี้ แต่เรายังมีหวังในฟุตบอลถ้วยนัดชิง โศกนาฏกรรมนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับทีมไหนๆ ในโลก เราอยากจะแสดงให้เห็นว่า สปอร์ตติ้งมีแฟนบอลอยู่นับล้าน ไม่ใช่กลุ่มคนเพียงแค่ 50 คนนี้”

เหล่านักเตะของทีมขานรับแฟนบอล พวกเขาตัดสินใจลงแข่งให้ทีมในนัดชิงอีกครั้ง แต่ก็แพ้ให้กับเดปอร์ติโว ดาส อาเบส ไป 2:1 หนึ่งในครอบครับนักเตะเปิดเผยว่า “พวกเขาอาจมีสภาพร่างกายที่ปกติ แต่สภาพจิตใจนั้นย่ำแย่มาก” 

ช่วงปิดฤดูกาล วิลเลี่ยม คาวัลโย่ และ รุย พาทริซิโอ กัปตันและรองกัปตันทีมขอย้ายออก รวมถึงเกลสัน มาร์ติน ปีกตัวเก่งของทีมด้วย บรูโน่เลือกที่จะอยู่กับทีมต่อไปหลังจากที่ได้รับสัญญาปรับปรุงค่าเหนื่อยฉบับใหม่ และประธานสโมสรคนเก่า ( มีข่าวลือว่า มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการโจมตีของกลุ่มชายฉกรรจ์ครั้งก่อน ) ได้ลาออกไป

Photo : SIC Notícias

ฤดูกาล 2018/2019 ปีที่ฟอร์มการเล่นของบรูโน่นั้นพุ่งทะยานสุดขีด เขายิงประตูถล่มทลายไปถึง 31 ลูกในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นในลีก 20 ลูก เป็นดาวซัลโวของทีม แม้ทีมจะจบอันดับ 3 ในพรีไมร่าลีก แต่ก็ได้แชมป์ลีกคัพภายในประเทศอีก 2 รายการ บรูโน่ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของโปรตุเกสเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เขาทำลายสถิติ เป็นมิดฟิลด์ที่ยิงได้มากที่สุดของสโมสร แต่ในพรีไมร่าลีก เขามาเป็นอันดับสอง แพ้ ฮาริส เซเฟโรวิค ของเบนฟิก้า ที่ยิงไป 23 ประตูในปีเดียวกัน

ช่วงปิดฤดูกาล บรูโน่และเพื่อนร่วมทีมชาติภายใต้การนำของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็เดินหน้าประกาศศักดา คว้าแชมป์รายการยูฟ่าเนชั่นลีกไปอีกหนึ่งรายการ บรูโน่ในตอนนี้ถือว่า เนื้อหอมสุดๆ และตัวเขาเองก็เริ่มที่จะอยากหาความท้าทายใหม่ๆ บ้างแล้ว 

บรูโน่บอกว่า ตัวเขาเองนั้นเกือบได้ย้ายมาสเปอร์แล้ว ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2019/2020 “มีทีมติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อตัวผม ทีมนึงจากสเปน และอีกทีมจากฝรั่งเศส แต่เป็นสเปอร์ของโปเช็ตติโน่ ที่ดูเหมือนจะใกล้เคียงที่สุด การเจรจาคืบหน้าไปมาก แต่สุดท้าย ผมก็ยังอยู่กับทีมต่อไป” โดยสเปอร์นั้นหันไปยืมตัว โล เซลโซ ของรีลเบติสแทน 

บรูโน่ในฤดูกาลใหม่ยังคงอยู่ในฟอร์มที่ดีเยี่ยมเช่นเดิม แต่ทีมก็ยังคงเป็นรองทั้งเบนฟิก้าและปอร์โต้อยู่มาก ช่วงเดือนพฤษจิกายน บรูโน่เซ็นสัญญาใหม่กับทีม ได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 80,000 ยูโร มากสุดเป็นสถิติสโมสร

ช่วงเดือนมกราคมปี 2020 มหากาพย์การย้ายทีมอีกครั้งของบรูโน่เริ่มต้นขึ้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการกำลังเสริมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากผลงานในลีกนั้นไม่ดีเลย พวกเขาต่องการบรูโน่ แต่เงื่อนไขที่สปอร์ตติ้งตั้งไว้คือค่าตัว 80 ล้านยูโร ( ประมาณ 65 ล้านปอนด์ )

การเจรจาเป็นไปด้วยความเชื่องช้า ครั้งแรก แมนยูยื่นข้อเสนอมา 50 ล้านยูโร บวกอีก 10.5 ล้าน กรณีบรูโน่ได้รางวัล บัลลงดอร์ ! ข้อเสนอโดนปัดตกไป

ทางสปอร์ตติ้งยืนยันค่าตัว 80 ล้านเช่นเดิม ทีมเจรจาของแมนยูคิดว่าค่าตัวของบรูโน่นั้นไม่ควรจะเกิน 55 ล้านด้วยซ้ำ แฟนบอลทีมปีศาจเริ่มหงุดหงิดกับการทำงานของสโมสร เช่นเดียวกับบรูโน่ และ จอร์จ เมนเดส เอเจนท์ของเขาก็เช่นกัน

หลังจากยืดเยื้ออยู่นาน ทีมปีศาจแดงก็ต้องยอมยื่นเงินตามที่ฝั่งสปอร์ตติ้งเรียกร้อง ค่าตัวโดยสรุปคือ เงินก้อนแรก 55 ล้านยูโร บวกเพิ่ม 25 ล้านยูโร ถ้าทีมได้แชมป์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยสลีก ส่วนแบ่ง 10% ถ้าทีมขายบรูโน่ออกไป

บรูโน่ได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ มากกว่าเดิมเกือบสามเท่า 

บรูโน่เลือกเสื้อเบอร์ 18 ทั้งที่เขาสามารถเลือกเบอร์ 7 หรือ 11 โดยเขาให้เหตุผลว่า ภรรยาผมเกิดวันที่ 18 และเขาชอบสโคลส์เป็นการส่วนตัว

Photo : Carl Recine – Pool/Getty Images

29 มกราคม 2020 แมนยูประกาศอย่างเป็นทางการ บรูโน่ แฟร์นันเดส คือนักเตะใหม่ของพวกเขา ผลงานของบรูโน่ ไม่ต่างกับตอนที่อยู่สปอร์ตติ้ง ตัวเลขการทำประตูและแอสซิสมากมายจนได้สถิติใหม่นับไม่ถ้วน 

ภายใต้บุคลิกอันแข็งแกร่งและจริงใจจังเป็นอย่างมาก บรูโน่กลับต้องเสียน้ำถึง 2 ครั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

เหตุการณ์แรกคือ ตอนที่บรูโน่กล่าวอำลาสโมสร สปอร์ตติ้ง ลิสบอน การสัมภาษณ์ต้องหยุดชะงักหลายครั้ง แม้เขาจะเล่นให้กับทีมเพียง 2 ปีกว่าๆ แต่เขารู้สึกผูกพันธ์กับสโมสรมาก ที่นี่ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ดี อย่างที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้ เขาเปรียบเสมือนพระเจ้าของทีมในตอนนั้น และเขาก็รู้สึกได้ว่าแฟนบอลเอง ก็รักเขามากเช่นกัน

อีกครั้งคือตอนที่ จอร์จ เมนเดส โทรมาแจ้งเขาว่า การย้ายทีมเรียบร้อยแล้ว

“ตอนผมยังเด็ก คริสมาสต์ปีนั้น ผมกับพี่ไปหาพ่อที่สวิตเซอร์แลนด์”

“ในโปรตุเกส มันยากที่หาร้านซื้อเสื้อฟุตบอลซักตัว และถึงแม้คุณจะหามันเจอ มันก็แพงเกินไปสำหรับเรา”

“พ่อพาเราไปที่ร้านไนกี้ พร้อมบอกให้เราเลือกเสื้อคนละตัว”

“พี่ชายผมเลือกเสื้อสีเหลืองของบาร์เซโลน่า เพราะเขาชอบเมสซี่ ส่วนผมหน่ะหรอ? แน่นอน ผมเลือกเสื้อของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

“เมื่อจอร์จโทรมาบอกผมว่า การย้ายทีมกำลังจะเกิดขึ้น ภาพที่สวิตเซอร์แลนด์ก็โผล่ขึ้นมาในหัวของผม ผมเห็นภาพตัวเองกับพี่ชายกำลังเลือกเสื้อฟุตบอลอยู่ในร้าน”

“กว่าจะมาถึงจุดนี้ ผมก้าวผ่านสิ่งต่างๆ มามากมายที่ผู้คนไม่เคยเห็น ช่วงเวลาที่ยากลำบากหลายต่อหลายครั้ง มีแต่ครอบครัวเท่านั้นที่รับรู้ วันนี้ ฝันของผมกำลังจะเป็นจริงแล้ว” 

“วางสายจากจอร์จ ผมเดินมาบอกภรรยาและลูก หลังจากนั้นผมก็คุมตัวเองไม่ได้แล้ว” น้ำตาแห่งความปิติ น้ำตาแห่งความสุข น้ำตาแห่งความทรงจำ