ฉกเก่ง! จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเชลซีที่ชื่อว่า ชิลเวลล์

ตอนนั้นที่ ชิลเวลล์ วิ่งอ้อม แม็กซ์ โลว์ เติมเกมไปจนถึงเสาประตูคู่แข่ง เขาคงไม่ได้คิดว่าลูกเปิดโค้งเข้าหาประตูของ ซิเย็ค จะมาตกลงหน้าขาให้กระแทกผ่าน แรมส์เดล นายทวารฝ่ายตรงข้ามเข้าประตูไปได้ เขาแค่ทำอย่างที่ควรทำแล้วก็ได้รับผลตอบแทนไปเท่านั้นเอง “ตอนซ้อม โค้ชกับสต๊าฟบอกผมเป็นประจำว่าให้เติมจนสุด” ชิลเวลล์ พูดออกสื่อชื่อดัง สกายสปอร์ต หลังจบเกมกับเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด “เราซ้อมลูกนี้กันบ่อยมาก แบบว่าฮาคิม เปิดลึกไปเสาสอง แล้วผมหรือไม่ก็ ทิโม ไปเจอบอลตรงนั้น ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจซักเท่าไหร่หรอก พอทำจริงแล้วได้ประตูผมก็แฮปปี้”

            ลูกแบบนั้นจะเป็นประตูได้ต้องอาศัยเทคนิคอันแพรวพราวของ ซิเย็ค ที่มีทั้งลูกหยอดลูกปาดแบบครบเครื่องเรื่องต้มยำอยู่ทางด้านขวา บวกกับการเคลื่อนที่ของฟันเฟืองในเกมรุกเชลซีที่สำคัญกว่าใครเพื่อนอย่าง่ ชิลเวลล์ โอกาสครั้งแรกที่เชลซีทำได้ในเกมนั้นก็มาจากแบ็คจอมบุกรายนี้ เมื่อ ชิลเวลล์ ตักบอลข้ามแนวรับคู่แข่งไปถึง แทมมี่ อับราฮัม แล้วก็เติมเกมขึ้นไปในขณะที่ แทมมี่ ก็ออกบอลไปด้านขวาให้ รีซ เจมส์ เปิดเรียดผ่านหน้าประตูและทุกคนไป เลยมาถึง ชิลเวลล์ ที่ได้มีโอกาสสับไกให้ผู้รักษาประตูต้องออกแรงเซฟตั้งแต่นาทีที่ 4 ซึ่งเป็นโอกาสครั้งแรกจากสามครั้งที่เขาทำได้เท่ากันกับ แวเนอร์ ในเกมนั้น พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ชิลเวลล์ มีโอกาสลุ้นทำประตูเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อเกม (0.6 ครั้งตอนเล่นให้เลสเตอร์) ถือเป็นอันดับห้าของนักเตะเชลซีที่ลงสนามแล้วเกิน 180 นาที มีส่วนร่วมในการทำประตูไปแล้ว 4 ลูกจากการลงเล่นเกมเหย้าแค่ 3 เกมให้ต้นสังกัดใหม่ (52 เกมเหย้ากับทีมเก่าถึงจะได้ 4 แอสซิสต์)

Photo : Sport Musing

            นอกจากจะมีส่วนช่วยในเกมรุกแล้ว ชิลเวลล์ ก็ยังช่วยแก้ปัญหาเกมรับเชลซีอีกด้วย หลังจากที่ทีมเก็บได้ 6 คลีนชีทและเสียไปแค่ 5 ลูกจาก 9 นัดที่เขาได้ออกสตาร์ท ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ต้องเป็นคนบ้าพลังในระดับนึงเลยก็ว่าได้ สื่อต่างๆ ก็รายงานเป็นเสียงเดียวกันว่าความบ้าพลังนี่แหละเป็นเหตุผลให้ป๋าแลมพ์ตัดสินใจคว้าตัวมาจากเลสเตอร์ซิตี้ แลมพาร์ด มองว่าความจี๊ดของฟูลแบ็คนี่แหละเป็นหัวใจสำคัญของเชลซี และมองว่า ชิลเวลล์ เป็นจิ๊กซอว์สำหรับด้านซ้าย ส่วนด้านขวาก็ได้แต่หวังให้ เจมส์ พัฒนาต่อไปจนสามารถโค่นกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่คงไม่ต้องรอนานเพราะเปิดฤดูกาลนี้มาได้ไม่กี่สัปดาห์ เจมส์ ก็มีโอกาสลงสนามบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การเสริมทัพด้วย ชิลเวลล์ และพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วของ เจมส์ จึงเป็นการยกระดับคู่ฟูลแบ็คให้ได้พอฟัดพอเหวี่ยงกับคู่ฟูลแบ็คของลิเวอร์พูลอย่าง โรเบิร์ตสัน กับ เทรนท์ อาร์โนลด์ แล้วก็เหมือนถูกหวยไปอีกเพราะ ชิลเวลล์ สามารถเล่นเข้ากันกับ เมสัน เมาท์ ได้อย่างมองตาก็รู้ใจ แถม เจมส์ ก็ดันไวพอจะจับจังหวะของ ซิเย็ค ได้อย่างพอดิบพอดีอีก โดยคู่นี้ครอสเข้าไปลุ้นรวมกันได้ถึง 11 จาก 16 ครั้งในเกมพบกับเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด  ส่วน ชิลเวลล์ ไม่ได้เปิดเข้าไปลุ้นซักครั้ง เหมือนเบื่อชงแล้วอยากกินเองบ้างเลยสวมบทบาทเป็นตัวจบสกอร์แทน จนวิ่งเข้าไปอยู่ในเขตโทษคู่แข่งบ่อยกว่าเขตโทษตัวเองซะอีก “ผมไม่ขออะไรไปมากกว่านี้แล้ว มันเหมือนฝันที่ได้วิ่งสอดขึ้นหน้าไปรอบอลที่ครอสมาจากอีกฟากของสนามจากนักเตะอย่าง ฮาคิม และ รีซ สำหรับผมนั่นคือเพอร์เฟ็คท์”

Photo : talkSPORT

            แม้ว่าจะย้ายมาเชลซีด้วยอาการบาดเจ็บรบกวนจนชวดลงสนามตอนเปิดซีซั่น แต่ ชิลเวลล์ หรือ “ชิลลี่” ที่ทุกคนในทีมเรียกกัน กลับเข้ากับแผนได้ดีอย่างเหลือเชื่อ คงต้องยกเครดิตให้ แลมพาร์ด ที่ไม่เสี่ยงรีบเข็น ชิลเวลล์ ลงสนามพร้อมอาการบาดเจ็บ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นกองหน้าเชลซีนี่อย่างกับรถถังแต่กองหลังอย่างกับรถไถ ในด้านซ้ายทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ และ เอเมอร์สัน ต่างก็แทบเอาตัวเองไม่รอด “ตอนผมเจอเขา สิ่งแรกที่เขาถามผมคือ ‘เล่นให้เชลซีต้องทำยังไงครับจารย์?’ เขาตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้และก็อยากให้แฟนบอลประทับใจ” แอชลีย์ โคล พูดถึงตอนเจอกันหลังปิดดีลย้ายมาเชลซี

ผลงานแบบนี้แฟนบอลก็คงประทับใจไม่น้อย จริงอยู่ที่ว่า กว่าจะไต่ไปถึงจุดที่อดีตแบ็คซ้ายอังกฤษเคยทำไว้ให้ชาวสิงห์บลูก็อาจจะต้องใช้เวลาและฟอร์มที่คงเส้นคงวาอีกหลายปี แต่ ชิลเวลล์ ยิงไปแล้ว 2 ลูกในซีซั่นนี้ ถือเป็นครึ่งทางของ โคล ที่ยังไม่เคยยิงได้เกิน 4 ลูกในหนึ่งฤดูกาลเลย และถ้าเขายังไม่หยุดเติมเกมจนสุดลิ้มทิ่มประตูแบบนี้ เราอาจจะได้เห็น แอชลีย์ โคล ในเวอร์ชั่นรีบอร์นเร็วๆ นี้