เจาะลึกเกมรับสุดมึนของแมนฯ ยู

ฤดูกาล 2020-21 เพิ่งผ่านไปไม่ได้เท่าไหร่ กุนซือทีมปีศาจแดง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ก็ต้องเจอปัญหาให้ตามแก้มากมายหลังเสียไป 11 ประตูในสามเกม จนแฟนบอลเริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับกองหลังปีศาจแดงกันแน่

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจบฤดูกาลที่แล้วด้วยสถิติเกมรับดีเป็นอันดับที่สามของลีกและเกมรุกดีเป็นอันดับที่ห้า แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นทีมที่ทำประตูได้ดีกว่าป้องกันซะอีก

พวกเขาเล่นแบบกดดันคู่ต่อสู้ตั้งแต่แดนหน้า ให้กองหลังดันสูงจนเกือบเส้นครึ่งสนามเพื่อบีบพื้นที่ให้ฝั่งตรงข้ามเล่นยาก

ปกติโซลชาร์จะใช้แผน 4-2-3-1 เพื่อบีบคู่แข่งตั้งแต่แดนหน้าในขณะที่กองหลังต้องรับมือกับกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามแบบตัวต่อตัว

จากสถิติในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยคู่แข่งแมนฯ ยูผ่านบอลได้แค่ 11.1 ครั้งต่อเกมในการทำเกมรุกแต่ละครั้งใส่พวกเขา ทำให้ทีมของโซลชาร์กลายเป็นทีมที่ทำเกมเพรซซิ่งได้ดีเป็นอันดับห้าของลีก ซึ่งเป็นผลงานที่โซลชาร์ต้องการอยู่แล้วตั้งแต่เข้ามารับช่วงต่อจากโชเซ่ มูรินโญ่ในเดือนธันวาฯ 2018

ส่วนใหญ่โซลชาร์จะใช้การป้องกันในแดนกลาง และใช้สามกองหน้าบีบคู่ต่อสู้ตั้งแต่แดนหน้า ซึ่งถ้าเทียบกับยุคมูรินโญ่แล้วดูแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

Photo : Paul Kane/Getty Images

แนวทางของโซลชาร์แบบ “พยายามเข้าบอลก่อนคู่ต่อสู้ และถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ไว้ใจให้กองหลังจัดการซะ” ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ในตอนนักเตะฟิตและฟอร์มดี แต่เรื่องความฟิตก็ดูเป็นปัญหาที่แก้ไม่จบเสียที

ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์อยากให้ลูกทีมทั้งกองหน้าและกองหลังฟิตพอที่จะเล่นเกมเพรซซิ่งได้ดีกว่านี้ แต่วิธีดังกล่าวทำให้นักเตะเหนื่อยจนหมดพลัง เหมือนนักมวยรุ่นเฮวี่เวทที่หมดแรงตั้งแต่ยกแรกเลยโดนหมัดเคาน์เตอร์จากคู่ต่อสู้น็อคเข้าให้ ทำให้ทีมปีศาจแดงเสียไปแล้ว 11 ลูกในสามเกมลีก

เกมรับของแมนฯ ยูมาจากความย้อนแย้งกันระหว่างแท็คติกของโค้ชกับนักเตะที่ทำได้ไม่ตามต้องการ เพราะแบ๊คโฟร์อย่างลุค ชอว์ แมคไกวร์ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ และฟาน บิสซากาก็มีข้อเดียข้อเสียต่างกันไป

ชอว์เป็นแบ็คซ้ายที่ไปกับบอลได้ดี จ่ายบอลได้ และดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งได้ แต่บางทีก็มีปัญหากับการเติมเกมรุกที่ไม่ต่อเนื่อง แถมไม่ค่อยกลับมาช่วยเกมรับ ในนัดโดนสเปอร์ยำไป 6-1 มูรินโญ่ส่งลาเมล่ามาวิ่งล่อให้ชอว์หลุดจากตำแหน่งทำให้แบ็คขวาอย่างอูริเย่เปิดเกมรุกใส่ได้ ดูเหมือนว่าแม็คไกวร์ที่ถูกจับไปยืนในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คด้านซ้าย จะถนัดเล่นเกมรับต่ำในตำแหน่งระหว่างกรอบเขตโทษกับเส้นครึ่งสนาม มากกว่าที่จะดันสูงจนถึงเส้นครึ่งสนามอย่างที่โซลชาร์ต้องการ บางทีเขาก็ดูมุ่งมั่นเกินไปในการเข้าสกัดฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเห็นได้จากเกมทีมชาติล่าสุดที่โดนไปสองใบเหลือตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก คำถามคือเท้าขวาธรรมชาติของแม็คไกวร์เป็นข้อดีหรือข้อเสียในตำแหน่งนี้

Photo : planetfootball.com

อีกอย่างคือเขาเร็วไม่พอเวลาต้องพลิกตัวกลับไปหน้าประตูตัวเองเพื่อแก้ไขความผิดพลาด มูรินโญ่รู้ในเรื่องนี้ดี ในเกมที่ชนะ 6-1 เขาเลยให้แฮร์รี่ เคนยืนต่ำเพื่อดึงแม็คไกว์จากแดนหลังซึ่งเพิ่มพื้นที่ทำเกมรุกให้กับสเปอร์ส

คู่หูเซ็นเตอร์อย่างลินเดอเลิฟก็คุมพื้นที่ได้ดี แต่มักเสียเหลี่ยมให้คู่แข่งเวลาดวลตัวต่อตัวทั้งลูกกลางอากาศและบนพื้น ในขณะที่ไบยี่เป็นกองหลังที่แข็งแรงกว่า แต่ปัญหากลับอยู่ที่ความฟิตและมักหุนหันพลันแล่นเกินไปในการตัดสินใจ

ส่วนแบ๊คขวามีฟาน บิสซาก้า กองหลังที่ดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ห่วยเรื่องการยืนตำแหน่งในการกดดันคู่ต่อสู้ในเกมรุกแบบที่โค้ชอยากได้ และมักโดนทีมตรงข้ามเข้ามารุมแย่งเวลาได้บอล นั่นเป็นปัญหาแนวรับของทีมปีศาจแดงและเป็นเหตุผลที่พวกเขาไม่น่ากลัวอย่างที่คิด การเข้ามาของแม็คไกวร์และฟาน บิสซาก้าในฤดูกาลก่อนหน้าถือว่าเป็นการยกระดับได้เช่นกันแต่เกมรับของแมนฯ ยูไม่มีทางคงเส้นคงวาเพราะนักเตะรักษาความฟิตไม่ไหว

Photo : espn.com

สรุปคือแม็คไกวร์ช้าเกิน ไบยี่ใจร้อนแถมเจ็บบ่อยเกิน ลินเดอเลิฟอ่อนเกิน ส่วนฟาน บิสซาก้าก็เล่นแบบโบราณเกิน

โซลชาร์อาจต้องหยุดคิดซักนิดและปล่อยให้แผงหลังถอยต่ำลงมาอีกหน่อยเพื่อลดพื้นที่และโอกาสผิดพลาดให้น้อยลง อีกทางเลือกคือให้ไบยี่ลงเล่นต่อไป นอกจากนั้นก็สามารถให้โอกาสดาวรุ่งอย่างเทเดน เมนกี้ กับเอ็กเซล ทวนเซเบ้ลงเล่นบ้างเพื่อสะสมความฟิตให้ลูกทีมเล่นเกมเพรซซิ่งได้อย่างที่ต้องการพร้อมเล่นเกมรับได้ดีเหมือนฤดูกาลก่อน