บทเรียนจากอดีต บ้านใหม่ และโทสะของอันเชลอตติเกมพบแบล็คพูล: การเริ่มต้นในฝันของเอฟเวอร์ตัน

Photo : sportsmole.co.uk

เอฟเวอร์ตันเริ่มต้นฤดูกาลสวยหรูโดยการเอาชนะในเกมเยือนสเปอร์สวันเปิดลีก ตามด้วยชนะซัลฟอร์ด ซิตี้ 3-0 ในศึกคาราบาวคัพ แต่กัปตันเชมัส โคลแมนก็ยังไม่หยุดกระตุ้นลูกทีมทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ให้ได้ซึ้งว่าการเล่นฟุตบอลให้กับหนึ่งในทีมที่เก่าแก่ที่สุดในฟุตบอลอังกฤษนั้นมันเป็นยังไง

ในช่วงซัมเมอร์ โคลแมนทำเรื่องขอคลิปความสำเร็จในอดีต ตำนานสโมสร และไฮไลต์ล่าสุดจากฝ่ายสื่อของทีมมาเปิดโชว์ความขลังของกูดิสัน พาร์คและความเอาจริงเอาจังของแฟนบอล แม้ตอนนี้ยังไม่มีใครมาดูนักเตะหน้าใหม่อย่างฮาเมส โรดริเกซ อัลลัน และอาบดูลาย ดูกูเร่ โชว์ผลงานในสนามได้ก็ตาม

“สิ่งพิเศษสำหรับเอฟเวอร์ตันคือจิตวิญญาณของที่แห่งนี้ที่เหนี่ยวรั้งคุณเอาไว้ และเมื่อถึงเวลาที่คุณสัมผัส คุณจะไม่มีทางเดินจากไปได้” อดีตนักเตะปีเตอร์ รีดกล่าว

กว่า 15 นาทีที่ฮาเมส โรดริเกซและทุกคนในทีมดูเคนดัลเอาชนะบาเยิร์นมิวนิคในศึกยูโรเปี้ยนคัพรอบรองชนะเลิศ กูดิสันพาร์คที่เต็มไปด้วยประตูและชัยชนะ และความแพรวพราวของนักเตะในยุครุ่งเรือง สุดสัปดาห์หลังจากนั้นเอฟเวอร์ตันของอันเชลอตติเอาชนะเวสต์บรอมไปได้ 5-2

“เมื่อตอนคาร์โล [อันเชลอตติ] เข้ามาคุมตอนแรก คนอาจยังสงสัยว่าเขาจะยังมีความกระหายในชัยชนะอยู่มั้ย หรือว่าฮาเมส โรดริเกซจะยังเป็นนักเตะคนเดิมที่เราเห็นเมื่อปี 2014 หรือเปล่า” แหล่งข่าวหนึ่งรายงาน “แต่คำถามเหล่านั้นกำลังได้รับคำตอบและคนก็กำลังสนใจ”

หลังผ่านไปเจ็ดนัด ทีมของอันเชลอตติเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยคะแนนนำสามแต้ม เข้าถึงคาราบาวคัพรอบสี่ทีมสุดท้ายพร้อมสถิติชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกรายการ ทำได้ 24 ประตู นับว่าเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 1894-95 เลยทีเดียว

ผลงานดีเหลือเชื่อแบบนี้ พูดไปใครจะเชื่อว่าก่อนจบฤดูกาลที่แล้วเอฟเวอร์ตันชนะได้เพียงเกมเดียวจากหกเกมสุดท้ายและยังแพ้คาบ้านให้กับทีมตกชั้นอย่างบอร์นมัธในเกมปิดฤดูกาล 3-1 อีกด้วย

เกมปรีซีซั่นกับทีมจากลีกวันอย่างแบล็คพูลเริ่มไปได้เพียง 11 นาที เอฟเวอร์ตันเสียไปแล้วสามประตูจากความผิดพลาด ซึ่งแบล็คพูลเองก็ทำได้ดีอย่างเหลือเชื่อ

เกมพ่ายวูล์ฟกับบอร์นมัธตอนจบซีซั่น 2019-20 ก็เหมือนกัน หลังแพ้ 3-0 ที่สนามโมลินิวซ์ กัปตันโคลแมนกระตุ้นสติลูกทีมในห้องแต่งตัวว่าเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อนคนอื่นต่างรู้สึกว่าเพื่อนร่วมทีมเล่นเหมือนขึ้นนำไปแล้วสองสามลูกในขณะที่ความเป็นจริงตามหลังอยู่ถึงสามลูก

หลังพ่ายให้กับบอร์นมัธด้วยสกอร์ 3-1 อันเชลอตติก็กำชับลูกทีมว่าหลังจากพักสั้นๆ สามสัปดาห์ก่อนขึ้นฤดูกาลใหม่ ให้กลับมาซ้อมด้วยสภาพจิตใจที่ต่างไปจากเดิม ให้มีความทะเยอทะยานและความกระหายที่มากขึ้น

ในที่สุดอันเชลอตติก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในเกมเจอกับแบล็คพูลหลังเอฟเวอร์ตันไล่ตามตีเสมอได้จาก 3-0 เป็น 3-3 แม้ว่าจะเป็นการเจอทีมจากลีกวัน

นั่นนับว่าเป็นการเดินหมากที่ถูกต้องแต่อันเชลอตติต้องการมากกว่านั้น เขาจึงหันไปหานักเตะที่คุ้นเคยในตลาดนักเตะ

Photo : CBS Sports

การมาของอัลลัน, ดูกูเร่ และโรดริเกซไม่ได้แค่ยกระดับกูดิสันพาร์คแต่ยังเพิ่มองค์ประกอบสำคัญที่หายไปนานจากเอฟเวอร์ตันด้วย

“พวกเขาซื้อนักเตะมีคลาสหลายคนเข้ามาเป็นตัวหลักของทีม” รายงานจากแหล่งข่าวหนึ่ง “มันค่อนข้างชัดเจนว่านี่เป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ของทีมเมื่อฤดูกาลก่อน ไม่มีตำแหน่งปีกหรือตำแหน่งหน้าแบ็คโฟร์ แต่คราวนี้พวกเขาได้จัดการปัญหาเหล่านั้นด้วยนักเตะคุณภาพ”

ด้านผู้สังเกตการณ์ระบุว่าอัลลันและโรดริเกซซึ่งเคยทำงานกับอันเชลอตติมาก่อนนั้นเล่นเข้ากันอย่างไม่มีที่ติซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานของทีมขึ้นไปอีก

“พวกเขาเข้าใจทันทีว่าโค้ชต้องการอะไรและความคาดหวังนั้นสูงแค่ไหน” แหล่งข่าวดังกล่าวรายงาน “มันมีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คนคาดหวังให้เราทำกับสิ่งที่คนให้เราทำได้ ปกติอันเชลอตติจะกลับไปสนามซ้อมทันทีหลังเกมจบ ไม่เหมือนผู้จัดการทีมคนอื่น”

อันเชลอตติมีส่วนสำคัญที่อัลลันและโรดริเกซมาเล่นที่กูดิสันพาร์ค เขาโทรศัพท์หาทั้งคู่ก่อนมาถึงเพื่อพูดคุยเรื่องแผนการทำทีม ถ้าไม่มีพันธะจากการร่วมงานกันมาก่อนก็คงยากที่จะจินตนาการภาพเอฟเวอร์ตันคว้านักเตะอย่างโรดริเกซได้สำเร็จ

“มันเป็นตัวกระตุ้นทุกคนในทีมอย่างดีและทุกคนรู้ว่าถ้าเล่นไม่ดีก็จะถูกถอดออกจากทีม” แหล่งข่าวหนึ่งกล่าวต่อ The Athletic “คุณจะมีผลงานที่ย่ำแย่ไม่ได้ การแข่งขันทำให้ทุกคนแสดงสิ่งที่ดีที่สุดออกมา นั่นคือคุณต้องเล่นในอีกระดับให้ได้”

นักเตะฟอร์มดีเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่างซิกูร์ดส์สันลงเล่นเกมลีกไปแล้วหนึ่งเกมแต่ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

The Athletic มองว่าการที่เอฟเวอร์ตันเปิดเจรจาขายนักเตะสัญชาติไอซ์แลนด์ให้กับทางด้านอัลฮิลาลจากซาอุดิฯ ในวันสุดท้ายของการซื้อขายนั้นยิ่งทำให้ให้นักเตะวัย 31 ปีตัดสินใจอยู่และสู้เพื่อตำแหน่งของเขา

ซิกูร์ดส์สันทำสองประตูให้ไอซ์แลนด์เมื่อวันพฤหัสฯ ในศึกฟุตบอลยุโรปรอบคัดเลือกที่พบกับโรมาเนียพร้อมส่งข้อความผ่านทีวีไอซ์แลนด์ไปถึงอันเชลอตติหลังจบเกมว่า “ผมหวังว่าคาร์โล ดูอยู่”

คนอื่นๆ ยกให้เยอร์รี่ มิน่าและทอม เดวีส์เป็นแบบอย่างของนักเตะที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในศึกแย่งตัวจริงครั้งนี้ หลายคนมองว่านัดเจอกับไบรตันของเกรแฮม พอตเตอร์เป็นเกมที่ดีที่สุดของมิน่าในเสื้อทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ในขณะที่นักเตะใหม่เจ้าของค่าตัว 20 ล้านปอนด์อย่างเบน กอดฟรีย์ได้เพียงมองจากข้างสนาม

โค้ชชาวอิตาเลียนและลูกชายดาวิเด้ได้ปรับโครงสร้างการซ้อมเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความเด็ดขาดและการจ่ายบอล “แนวลึก”

ผลก็คือบอลเกมรุกที่รวดเร็วและเด็ดขาดที่เริ่มจากการกล้าเล่นบอลในแดนหลังการส่งบอลให้ถึงเท้านักเตะพรสวรรค์ในแดนหน้า

Photo : Bleacher Report

“ฟุตบอลของคาร์โล คือการเล่นบอลผ่านแนวรับอย่างรวดเร็ว” แหล่งข่าวใกล้ชิดทีมหลักของสโมสรรายงาน “พวกเขามีนักเตะที่เก็บบอลและพาบอลไปข้างหน้าได้”

“หลักของการซ้อมคือการทะลวงแนวรับให้เร็วที่สุด โดยซ้อมแบบห้าต่อหกประมาณ 20-25 นาทีต่อครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือการเก็บบอลและส่งบอลให้ทะลุไป”

“ส่วนเกมรับ พวกเขาจะตั้งรับแบบให้มีช่องเล็กน้อยซึ่งคือการบอกฝ่ายตรงข้ามว่า “เข้ามาสิ” นั่นแหละคืออันเชลอตติ”

ทีมของอันเชลอตติเล่นด้วยเป้าหมาย สติ และความเยือกเย็นในเกมเจอสเปอร์ ซึ่งต่างกันลิบลับกับยุคมืดตอนเดือนกรกฎาคมที่มอลินิว ที่สำคัญคือการมาเยือนลอนดอนเหนือก็ไม่ต่างอะไรกับการต่อสู้ทางจิตใจพวกเขาเพราะครั้งนี้เอฟเวอร์ตันเพิ่งชนะสเปอร์ได้ในเกมพรีเมียร์ลีกได้ในรอบ 12 ปี

“คุณจะสบประมาทชัยชนะต่อท็อตแน่มไม่ได้” แหล่งข่าวหนึ่งกล่าว “ความมั่นใจของพวกเขาสูงเสียดฟ้าแล้ว พวกเขาเชื่อและไว้ใจในผู้จัดการทีมที่ทำลายอาถรรพ์นั้นได้”

“มันเป็นทั้งการยกระดับมาตรฐานของสโมสรและการยกระดับจิตใจของทีม พวกเขาดูเล่นเป็นทีมมาก”

ความเชื่อและความคิดเชิงบวกที่เพิ่มขึ้นส่งผลไปถึงวันสุดท้ายของช่วงซื้อขายนักเตะด้วย

สี่ปีก่อน เอฟเวอร์ตันโดนสเปอร์ฉกตัวมุสซ่า ซิสโซโก้ไปต่อหน้าต่อตาหลังจากบรรลุข้อตกลงซื้อขายกับนิวคาสเซิลก่อนหน้านั้นแล้ว

ครั้งนี้พวกเขาปิดดีลได้อย่างเยือกเย็นโดยการเซ็นเอาหนึ่งในกองหลังอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดของชาติอย่างกอดฟรีย์มาได้จากนอริชเช้าวันจันทร์

“เอฟเวอร์ตันกำลังกลายเป็นทีมที่น่าสนใจ นักเตะพรีเมียร์ลีกและยุโรปหลายคนเริ่มมองว่าเอฟเวอร์ตันจะกลายเป็นทีมที่สู้ทีมท็อปโฟร์ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อเร็วๆ นี้”

By ท่านชายในสายหมอก