การละทิ้งการแข่งขันที่ชนะใจคนทั่วโลกของ ลอว์เรนซ์ เลอมู

Photo : @Olympics

เพื่อการคว้าชัยชนะ ไม่ว่านักกีฬาคนไหนก็พร้อมทำทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง เมื่อสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นมีค่ายิ่ง ไม่ว่าทั้ง ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศต่าง ๆ 

แต่สำหรับ ลอว์เรนซ์ เลอมู นักกีฬาเรือใบทีมชาติแคนาดา เขายอมละทิ้งโอกาสคว้าชัยชนะในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1988 โดยทันทีเมื่อมีสถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้นตรงหน้า แม้สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าถัดไป คือโอกาสการคว้าเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ซึ่งอาจมีเพียงครั้งเดียวในชีวิตก็ตาม

เพราะสิ่งที่เขาทำ มันมีค่ายิ่งกว่านั้น …

หมุนเข็มนาฬิกากลับไปยังวันที่ 24 กันยายน 1998 ในโอลิมปิกที่กรุงโซล วันนั้นมีโปรแกรมการแข่งขันกีฬาเรือใบ ซึ่งไปจัดกันที่เมืองปูซาน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างไปราว 450 กิโลเมตรจากเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้

Photo : @Olympics

ในวันนั้น ซึ่งความเร็วลมอยู่ที่ 10-15 นอต ถือเป็นลมที่แรงกำลังดีสำหรับการล่องเรือ มีการแข่งขัน 2 รุ่นพร้อมกัน คือรุ่น 470 (บังคับ 2 คน) และรุ่น Finn (บังคับคนเดียว) … เลอมู ลงแข่งในรุ่น Finn และกำลังทำผลงานได้ดี มีลุ้นคว้าเหรียญรางวัล กระทั่งเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดได้เกิดขึ้น

สิ่งนั้นคือ กระแสลม ที่จู่ ๆ ก็เพิ่มความเร็วอย่างกะทันหันเป็น 35 น็อต ทำให้นักกีฬาแทบจะกางตำรารับมือไม่ทัน ทว่ามีนักกีฬา 2 คนที่รับมือไม่ทันจริง ๆ นั่นคือ เซียว เช่า เหอ และ โจเซฟ จาง นักกีฬาเรือใบรุ่น 470 ของทีมชาติสิงคโปร์ ซึ่งเรือของพวกเขาล่ม ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถแข่งขันต่อได้ มิหนำซ้ำ พวกเขายังถูกกระแสลม เหวี่ยงตกลงทะเลทั้งคู่อีกด้วย แม้เซียวจะว่ายน้ำขึ้นมาอยู่บนเรือได้ แต่จางกลับถูกกระแสน้ำพัดพาเขาออกไปจากเพื่อนร่วมทีมเรื่อย ๆ

Photo : @Olympics

จังหวะนั้นเอง เลอมูก็แล่นเรือใบของตัวเองผ่านมาพอดี เขาเห็นเซียวเป็นคนแรก ก่อนที่จะเห็นจางลอยคออยู่ห่างออกไป แม้โอกาสคว้าเหรียญรางวัลจะอยู่ข้างหน้า แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเขา ทำให้เลอมูตัดสินใจ เบนเรือไปช่วยจางขึ้นมาจากน้ำก่อน แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่า “หลังช่วยคนขึ้นมาได้แล้ว เขากลับหวั่นใจว่า เรือที่เขาแล่นมานั้น จะทนกระแสน้ำและกระแสลมไม่ไหว ล่มไปอีกลำซะเอง” ก็ตาม

หลังพาเพื่อนร่วมทีมกลับมาเจอกันแล้ว สิ่งต่อไปที่เลอมูทำ คือช่วยนักกีฬาจากแดนเมอร์ไลออนค้นหาหางเสือเรือที่หายไประหว่างเกิดเรื่อง เพื่อที่ทั้งคู่จะได้พาเรือเข้ารับความช่วยเหลือจากฝ่ายจัดการแข่งขันได้ ก่อนที่จะกลับสู่การแข่งขันต่อ … แม้กระแสลมแรง จะทำให้กลุ่มเรือที่เข้าแข่งขันขาดจากกัน แต่ระยะเวลาราว 15 นาทีที่เขาไปช่วยชีวิตคนนั้น ก็มากเกินพอที่จะทำให้เขาหมดสิทธิ์คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันไปโดยปริยาย

Photo : @Olympics

แม้จะจบการแข่งขันเพียงอันดับ 7 แต่สิ่งที่เลอมูทำ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาได้รับเหรียญจากโอลิมปิก … ไม่ใช่เหรียญทอง เงิน หรือทองแดง แต่เป็น “เหรียญ ปิแอร์ เดอ กูเบอร์แตง” เหรียญที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC จะเลือกมอบให้กับบุคคลที่แสดงถึงสปิริตแห่งโอลิมปิกเท่านั้น โดย ฆวน อันโตนิโอ ซามารานซ์ ประธาน IOC ในขณะนั้นได้กล่าว ณ เวลาที่มอบเหรียญให้ว่า “ด้วยน้ำใจความเป็นนักกีฬา, การเสียสละตัวเอง และความกล้าหาญ ลอว์เรนซ์ เลอมู คือบุคคลที่แสดงถึงอุดมคติของโอลิมปิกอย่างแท้จริง”

แม้ชัยชนะ จะเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ว่านักกีฬาคนไหนก็ต้องการ แต่การกระทำของ ลอว์เรนซ์ เลอมู ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ที่บางทีเหรียญรางวัลก็ไม่อาจเทียบได้ …

เพราะนี่คือหลักฐานที่ยืนยันว่า มนุษยธรรม คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าชัยชนะเสียอีก

แหล่งอ้างอิง :

http://blogs.britannica.com/2008/08/olympic-moments-lawrence-lemieux-saves-lives-1988/
https://www.ozy.com/true-and-stories/the-olympian-who-gave-up-gold-to-save-a-life/69472/