สำหรับประเทศที่มีประวัติศาสตร์ฟุตบอลมายาวนานอย่างประเทศอังกฤษ ที่กีฬาฟุตบอลถือเป็นสัญลักษณ์ของชาติเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละสโมสรจะมีเพลงประจำสโมสรที่ใช้ร้องเชียร์และให้กำลังใจ ดังนั้นบทความนี้จึงได้นำเอา 10 เพลงความหมายดีจากสโมสรฟุตบอลประเทศอังกฤษมาแนะนำให้แฟนบอลชาวไทยได้ฟังกัน รับรองว่าความหมายดีและมีคุณค่าแน่นอน 1.Everton: “If You Know Your History (It’s a Grand Old Team)” เอฟเวอร์ตันคือสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ และพวกเขามีเพลงที่เข้ากับความสมบูรณ์แบบของพวกเขา ให้สมกับการที่เป็นทีมใหญ่แห่งเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งบางส่วนของเนื้อเพลง “If You Know Your History (It’s a Grand Old Team)” แปลเป็นไทยได้ว่า “นี้คือทีมที่ยิ่งใหญ่ควรค่าแก่การทุ่มเทกายใจและนี้คือทีมที่ยิ่งใหญ่ควรค่าแก่การสนับสนุนและถ้าคุณรู้เรื่องราวประวัติของพวกเขามันเพียงพอที่จะทำให้หัวใจของคุณพองโตเราไม่แคร์ไม่ว่าพวกเสื้อแดงจะพูดอะไร (เสื้อแดงหมายถึงลิเวอร์พูลคู่ปรับร่วมเมือง)เราจะไปแคร์ทำไมเพราะสิ่งเดียวที่เรารู้คือการแข่งขันจะเริ่มขึ้นแล้วและนักฟุตบอลเอฟเวอร์ตันอยู่ที่นี่ เอฟเวอร์ตัน เอฟเวอร์ตัน” 2.Manchester United: “We’ll ...

หากคุณถามชื่อนักอเมริกันฟุตบอลที่ยิงใหญ่ที่สุด 100 ชื่อ กับคออเมริกันเกม เรากล้าเดิมพันได้เลยว่าคุณจะต้องได้ยินชื่อของ เฮอร์เชล วอล์คเกอร์ ผู้เล่นรันนิ่งแบ็คของทีม ดัลลัส คาวบอย หนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดใน NFL อย่างไรก็ตามเหตุผลที่เขาคือตำนานมันไม่ใช่แต่เรื่องราวในสนาม แต่ส่วนสำคัญมันเกิดขึ้นตั้งแต่การ “ชนปัญหาในชีวิต” ก่อนที่เขาจะมา “ชนคน” ในอเมริกันฟุตบอล… กว่าจะมาถึงจุดนี้เขาผ่านอะไรมาบ้าง ติดตามได้ที่นี่ จากเด็กอ้วนสู่ดราฟต์เบอร์ 1 แห่ง NFL ใน ไรท์วิลล์ รัฐ จอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมรกิา นี่คือเมืองที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปเกิน 100 ปี นี่คือ 1 ใน 3 รัฐที่ต่อต้านการปกครองแบบบริติชในสมัยปฎิวัติอเมริกา และที่เมืองแห่งนี้มีกลุ่มครอบครัวคนผิวสี และมีอัตราเติบโตของประชากรสูงที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ...

หลายคนคงเคยได้ยินว่านักกีฬาส่วนใหญ่มักไม่ได้พรสวรรค์ทางด้านวิชาการมาเน้นใช้กำลังแข้งขาเป็นหลัก วันนี้เราจึงขอรวบรวมบรรดานักฟุตบอลที่ขยันเรียนจนมั่นใจได้ว่าต่อให้ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ชีวิตก็คงไม่ลำบากแน่นอน 1. โซคราเตส ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิลในยุคทศวรรษที่ 80 เจ้าของฉายา “คุณหมอยอดนักเตะ” โดยเจ้าตัวมาจากครอบครัวชั้นปัญญาชน มีฐานะร่ำรวย พ่อเป็นศาสตราจารย์ด้านปรัชญาชั้นแนวหน้าของประเทศ ขณะที่เจ้าตัวก็เรียนจบด้านการแพทย์จาก Faculdade de Medicina de Ribeiro Preto (โรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัย เซา เปาโล) ซึ่งที่น่าทึ่งก็คือเขาเรียนแพทย์พร้อมกับการเล่นฟุตบอลอาชีพไปด้วย หลังจากแขวนสตั๊ด โซคราเตส ผันตัวมาทำงานเป็นนักวิเคราะห์เกม, คอลัมนิสต์ให้กับ หนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับ โดยนอกจากเรื่องฟุตบอล เขายังเขียนคอลัมน์ทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจอีกด้วย ขณะเดียวกัน สาขาแพทย์ที่เขาร่ำเรียนมาก็ไม่ได้ทิ้ง โดยเจ้าตัวได้กลับไปทำหน้าที่แพทย์ที่ ริเบยเรา เปรโต จริงๆ ก่อนเสียชีวิตในปี 2011 ด้วยวัย 57 ปี ...

เป็นเรื่องปกติเวลาอยู่ในสนามที่เหล่า พ่อค้าแข้งจะห้ำหั่นคู่แข่งแบบไม่มีความหวาดหวั่น แต่นอกสนามล่ะ พวกเขาเป็นยังไง คงมีหลายคนสงสัยกันอยู่บ้าง ? นักเตะหลายคนทำตัวเหมือนดาราบ้านเราเลย เพราะดันกลัวในสิ่งที่แปลกประหลาดชนิดที่ไม่น่าจะมีใครกลัวกัน ส่วนใครกลัวอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย วันนี้ Starsoccer ขอรวบรวมมาให้อ่านแบบหอมปากหอมคอกันนะครับ เวย์น รูนี่ย์ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโดนฤทธื์ “แฮร์ดรายเออร์” ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บ่อยเกินไปหรือเปล่า แต่ เวย์น รูนี่ย์ กลายเป็นคนกลัวความเงียบ! เวลานอน รูนี่ย์ ชอบที่จะเปิดไดร์เป่าผม เครื่องดูดฝุ่น หรือ พัดลม ให้มีเสียงคลอเป็นดั่งเพลงบรรเลงกล่อมให้เจ้าตัวได้เข้าสู่โลกนิทรา โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ รูปร่างสูงใหญ่ขนาด โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ไม่น่าเชื่อว่าจะกลัวเจ้าตัวการ์ตูนรูปร่างคล้ายหมูป่าในทศวรรษที่ 1980 ...

การลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องที่ยากและหนักหนาสาหัสสำหรับใครบางคนที่ตามใจมากและชินกับชีวิตประจำวันที่แสนสุขสบายมาเกือบตลอดชีวิต… และถ้าหากจะมีเหตุผลอะไรสักข้อที่ทำให้คนเหล่านี้ลุกมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เหตุผลนั้นจะต้องยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลต่อตัวของพวกเขาเป็นอย่างมาก นี่คือเรื่องราวของแฟนพันธ์แท้ของ โคบี้ ไบรอันท์ ตำนาน NBA ผู้ล่วงลับ คริส ฮัวร์ต้า ที่เคยมีน้ำหนักกว่า 160 กิโลกรัม และไม่เคยคิดว่าตัวเองจะลดน้ำหนักได้จนกระทั่งเมื่อ โคบี้ ได้สร้างปรัชญาที่ชื่อ ‘Mamba Mentality’  คริส ก็เหมือนกับคนหลงทางได้ที่พบคำภีร์แห่งเเสงสว่าง และเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล Mamba Mentality ปรัชญาแห่งชัยชนะ โคบี้ ไบรอันท์ ขึ้นชื่อว่าเป็นนักบาสที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมากทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองรักและงานที่ตัวเองรับผิดชอบ ตลอดช่วงเวลากว่า 20 ปีในเวที NBA โคบี้ ไม่เคยลดความพยายามลงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะอยู่ในสนามแข่งหรือแม้กระทั่งสนามซ้อม  ความพยายามเหล่านั้นสร้างให้ โคบี้ กลายเป็น โคบี้ เขาไม่เหมือนใครและแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ...

เพื่อการคว้าชัยชนะ ไม่ว่านักกีฬาคนไหนก็พร้อมทำทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง เมื่อสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นมีค่ายิ่ง ไม่ว่าทั้ง ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศต่าง ๆ  แต่สำหรับ ลอว์เรนซ์ เลอมู นักกีฬาเรือใบทีมชาติแคนาดา เขายอมละทิ้งโอกาสคว้าชัยชนะในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1988 โดยทันทีเมื่อมีสถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้นตรงหน้า แม้สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าถัดไป คือโอกาสการคว้าเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ซึ่งอาจมีเพียงครั้งเดียวในชีวิตก็ตาม เพราะสิ่งที่เขาทำ มันมีค่ายิ่งกว่านั้น … หมุนเข็มนาฬิกากลับไปยังวันที่ 24 กันยายน 1998 ในโอลิมปิกที่กรุงโซล วันนั้นมีโปรแกรมการแข่งขันกีฬาเรือใบ ซึ่งไปจัดกันที่เมืองปูซาน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างไปราว 450 กิโลเมตรจากเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ ในวันนั้น ซึ่งความเร็วลมอยู่ที่ 10-15 นอต ถือเป็นลมที่แรงกำลังดีสำหรับการล่องเรือ มีการแข่งขัน 2 รุ่นพร้อมกัน ...

ฮาวาย คือดินแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก หาดทรายโซนร้อน เคลื่อนสูงซัดสาด น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา นั่นคือสิ่งที่ทุกคนได้เห็นจากการนำเสนอในหน้าสื่อต่างๆ  อย่างไรก็ตามทุกที่ล้วนมีอันตรายซ่อนอยู่ ในเมืองที่ใครก็อยากและคิดมาปลอดภัยกลับมีเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องประสบอุบัติเหตุขั้นรุนแรงและมันทำให้เธอต้องสูญเสียเเขนไป 1 ข้าง…. เธอคือนักวินด์เซิร์ฟที่อยู่กับทะเลทุกวัน ทว่าวันนี้ท้องทะเลคือฝันร้าย  และนี่คือเรื่องราวการคัมเเบ็คที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ เบธานี่ แฮมิลตัน ได้ที่นี่ สายเลือดนักเซิร์ฟ เบธานี่ แฮมิลตัน คือเด็กสาวที่เกิดและเติบโตมาในเกาะฮาวาย เขตปกครองของสหรัฐอเมริกาที่มีดินเเดนใกล้กับญี่ปุ่น ซึ่งแน่น่อนด้วยความที่เป็นเกาะทำให้มันถูกล้อมรอบด้วยทะเล และสิ่งที่ตามมาจากเด็กท้องถิ่นก็คือพวกเขาจะมีความผูกพันธ์กับท้องทะเลเป็นอย่างมาก จะเล่นสนุกหรือกิจกรรมไหนๆก็ทะเละทั้งนั้น ซึ่ง เบธานี่ เองก็ถือว่าเป็นลูกทะเลเต็มตัว และรักกีฬาทางน้ำอย่างวินด์เซิร์ฟแบบเต็มหัวใจ เธอมีบอร์ดแผ่นแรกตอนอายุ 8 ปี เล่นมันซ้ำไปซ้ำมาอย่างนั้นจนเก่งกว่าใครในกลุ่มเพื่อน แต่นั่นยังไม่พอเธอยังอยากจะเก่งขึ้นอีก นั่นเป็นเหตุผลให้เธอถือกระดานกระโดดลงทะเลแทบทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นเช้า เย็น หรือแม้กระทั่งก่อนอน  อย่างไรก็ตามเรื่องมันมีอยู่ว่าความพยายามนี้กำลังทำให้เธอตกที่นั่งลำบากเพราะในท้องทะเลที่สงบเงียบในยามค่ำมักจะมีปลาเจ้าถิ่นซ่อนอยู่ มันคือปลาฉลามเสือที่มักจะออกหากินเวลากลางคืน ซึ่งในช่วงเวลาพลบค่ำ ...

บาร์เซโลน่า มีนักเตะลูกหม้อเก่งๆมากมายหลายคน แต่ไม่เคยมีใครได้แขวนสตั๊ดกับสโมสรแบบสง่าผ่าเผยเลยนอกจาก การ์เลส ปูโยล … คำถามคือเขามีอะไรพิเศษจึงทำสิ่งที่แม้แต่ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ไม่น่ามีโอกาสทำได้  ติดตามความพิเศษของกัปตันทีมผู้มีสโมสรเป็นดั่งชีวิต วันแมนคลับ คนเดียวจากยุคทองที่ปิดฉากกับทีมแบบสวยงามที่สุดได้ที่นี่ เลือดเนื้อเพื่อ บาร์เซโลน่า การ์เลส ปูโยล คือชาวคาตาลันขนานแท้ เขาอยู่กับสโมสรบาร์เซโลน่าและเติบโตมากับศูนย์ฝึก ลา มาเซีย ตั้งแต่ยังเด็ก  ที่ศูนย์ฝึกแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างนักเตะฝีเท้าดี เทคนิคแพรวพราว พริ้วไหวเหมือนสายน้ำ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ ปูโยล เพราะเขาไม่ได้มีความโดดเด่นทางด้านนี้เลย เขาเป็นคองหลังที่ไม่ได้มีเทคนิคสง่างาม นั่นทำให้วัยเด็กของเขาขรุขระมากในเส้นทางของฟุตบอล ในปี 1998 ปูโยล เกือบจะต้องย้ายออกจากทีมไปแล้ว เนื่องจากทีมมองว่าเขาเป็นเด็กที่ศักยภาพไม่ดีพอจะต่อยอดเป็นนักเตะชุดใหญ่ ประกอบกับมีทีมอย่าง มาลาก้า ติดต่อขอซื้อเขาไปร่วมทีม นั่นจึงสบโอกาสที่ บาร์ซ่า ...

“เมสซี่ รักสโมสรนี้ เขามีความเป็นกาตาลันเต็มตัว ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเขาจะเกษียณอายุตัวเองที่นี่ เมสซี่ และ บาร์ซ่า ถูกลิขิตมาให้จับมือไปด้วยกัน” นี่คือถ้อยแถลงของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรบาร์เซโลนา ว่าไว้เมื่อ 4 ปีก่อน…. และทุกวันนี้เราได้รู้ว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว ลิโอเนล เมสซี่ ขอเลือกเส้นทางเเตกหักด้วยการประกาศขอย้ายออกจากทีม ไม่มีใครรู้ว่าด้วยค่าฉีกสัญญาและข้อตกลงในอดีตจะเป็นปัญหาที่ทำให้ เมสซี่ ไม่ได้ย้ายทีมจริงหรือไม่แต่ที่แน่ๆ สถานการณ์มันชัดเจนว่า บาร์เซโลน่า ที่เคยเป็นหนึ่งเดียวในฐานะเลือดกาตาลัน ได้เเบ่งเป็นสองฝั่งเรียบร้อยแล้ว … และหากจะหาใครที่รับผิดชอบเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น บาร์โตเมว ชายผู้พา บาร์เซโลน่า ลงสู่ยุคที่ใครไม่คิดว่าจะมาถึง  บาร์โตเมว พลาดตรงไหน ทำไมเป็นประธานสโมสรที่ไร้พลังและเเรงสนับสนุนขนาดนั้นกันแน่ ? บาร์เซโลน่า = เมสซี่  ...

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 เพิ่งจะจบไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พักหายใจกันได้เดือนเดียว ฤดูกาล 2020-21 ก็พร้อมเปิดฉากให้แฟน ๆ ได้ลุ้นกันแล้ว และบิ๊กแมตช์เกมเปิดซีซั่นนี้ คงเป็นคู่อื่นไปไม่ได้ นอกจาก ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า ที่จะเปิด แอนฟิลด์ รับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์ลีกแชมเปียนชิพที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี สถิติการเจอกันในอดีต ทีมหงส์แดงเหนือกว่าชัดเจน ชนะ 59 นัด เสมอ 30 นัด ทีมยูงทองชนะเพียง 28 นัด และ 8 นัดหลังสุดที่เจอกันรวมทุกรายการ ลิเวอร์พูล ไม่เคยแพ้ ชนะ ...