ถ้าจะพูดถึง BMW เราคงต้องย้อนกลับไปถึง 102 ปี

จุดเริ่มต้นของบริษัท BMW นั้นไม่ได้ผลิตรถยนต์อย่างที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ แต่จุดเริ่มต้นของบริษัท BMW คือ การผลิตเครื่องยนต์ของเครื่องบินให้กับกองทัพเยอรมัน ท่านผู้อ่านคงคิดแล้วสิครับว่า โลโก้ของ BMW ต้องมาจากใบพัดของเครื่องบินแน่เลย ผมเองก็เคยคิดเช่นนั้นครับ ในความเป็นจริงแล้วนั้น สีฟ้า ขาว ลายหมากรุกนั้น เป็นสีของธงประจำแคว้นบาวาเรีย ซึ่งบาวาเรียคือรัฐที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมณีโดยมีเมืองหลวงนั่นก็คือ มิวนิคนั่นเอง

Mr. KARL FRIEDRICH RAPP

โดยผู้ก่อตั้งบริษัท คือ Mr. KARL FRIEDRICH RAPP จึงเป็นที่มาของชื่อบริษัทในต่อนแรก คือ RAPP-MOTORENWERKE ที่ก่อตั้งในเดือนตุลาคม ปี 1913 จนกระทั่งปี ค.ศ. 1916 บริษัทของเขาได้เกือบถูกยึดเนื่องจากผลมาจากภาระทางการเงินที่ถาโถมเข้ามามากมายซะเหลือเกิน แต่เขาก็ยังโชคดีที่ ทางกองทัพรัสเซียได้สั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัทของเขาไป นั่นก็ทำให้บริษัทของเขาพอที่จะคงอยู่ต่อไปได้ หลังจากนั้นไม่นานได้มีนักธุรกิจเข้ามาร่วมลงทุน จึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น BMW (Bavarian Motor Works)

ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่น แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับบริษัท BMW เยอรมันแพ้สงครามโลก สนธิสัญญาแวร์ซายถือกำเนิดขึ้น โดยห้ามผลิตเครื่องบินในประเทศเยอรมัน บริษัท BMW ต้องเจอวิกฤติอีกครั้ง แต่ด้วยความพยายามของทุกฝ่ายในบริษัท ความพยายามก็สำฤทธ์ผล ใน ปี 1923 รถมอเตอร์ไซค์คันแรกของ BMW ที่มีชื่อรุ่นว่า R 32 เปิดตัวที่งาน Berlin Motor Show โดยรูปแบบการวางเครื่องของ R 32 ยังถือเป็นต้นแบบให้กับรถมอเตอร์ไซค์ของ BMW จนถึงปัจจุบัน

Photo : Sergey Kohl

ก้าวแรกของ BMW ในวงการรถยนต์ เริ่มขึ้นในปี 1928 หลังจากเข้าไปซื้อกิจการ Fahrzeugfabrik Eisenach ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นบุกเบิกของเยอรมันต่อจาก Daimler และ Benz ซึ่งเป็นเจ้าของรถ Dixi หรือก็คือรถ Austin Seven ที่ซื้อ Licence การผลิตมาจากบริษัท Austin Motor ของอังกฤษ

BMW 3/15 PS คือรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้ชื่อของ BMW ซึ่งเปิดตัวในปีต่อมา และก็กลายเป็นที่ฮือฮาทันที เพราะสามารถชนะการแข่งขันรายการ Alpine Rally ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าร่วม

หลังจากนั้นในปี 1933 BMW 303 คือรถรุ่นแรกที่มาพร้อมกับกระจังหน้าแบบไตคู่ (Kidney Grille) ที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของรถ BMW ทุกรุ่นในปัจจุบัน

Photo : North Monaco

ผมเชื่อว่ารถ BMW คงเป็นรถในฝันของผู้ชายหลายคน ที่ต้องการอารมณ์การขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดี่ยวกับรถ BMW M3 E30 คือ คำตอบครับ รุ่นแรกกำเนิดขึ้นในปี 1986 โดยฝีมือของแผนก BMW Motorsport Division (ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น M Division ในปัจจุบัน) ด้วยปณิธานที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาให้สู่มือลูกค้าอย่างเต็มสูบ ด้วยการผสมผสาน DNA จากสนามแข่งกับความสะดวกสบายของการใช้งานในชีวิตประจำวันเข้ากันได้อย่างเหนือชั้น ภายนอกของ E30 M3 แตกต่างจากซีรีส์ 3 เวอร์ชันปกติอย่างชัดเจน โป่งล้อทั้งด้านหน้าและหลังขนาดใหญ่โป่งนูนออกมาจากตัวรถมากกว่ารุ่นปกติ กันชนหน้าหลัง สเกิร์ตข้าง ฝากระโปรงท้าย และสปอยเลอร์ทำมาจากพลาสติกเพื่อรีดน้ำหนัก แม้กระทั่งเสา C ยังถูกปรับองศาให้ชันลดลงและขยายฐานเสาให้ยื่นไปทางท้ายรถมากขึ้น เพื่อที่มันจะได้ส่งกระแสลมตรงเข้าสู่สปอยเลอร์หลังได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น มาถึงเครื่องยนต์ เป็นเครื่องสี่สูบ 2.0 ลิตร ที่ BMW ใส่วางขายในรถอยู่ตอนนั้นมีน้ำหนักเบาและเป็นเตรื่องยนต์รอบสูง วิศวกรจึงจัดการเอามันมาขยายความจุเป็น 2.3 ลิตร เปลี่ยนหัวลูกสูบมาใช้ดีไซน์แบบเดียวกับ BMW M1 ชุดเฟืองขับเพลาข้อเหวี่ยงถูกปรับให้ทนการหมุนที่ 10,000 รอบต่อนาทีได้ ผลที่ได้ออกมาคือเครื่องสี่สูบหายใจเองที่ปั่นม้าล่ำๆ ออกมาได้ถึง 200 ตัว จนทำให้ E30 M3 เร่งออกจากจุดหยุดนิ่งไปถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 6.7 วินาที กับความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม. อยากบอกว่านี่คือตัวเลขเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนนะครับ

ในปัจจุบันนี้บริษัท BMW เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 12 ของโลก รับผิดชอบแบรนด์รถยนต์ BMW, MINI,RollsROYCE รวมถึงแบรนด์รถจักรยานยนต์ BMW Motorrad บริษัทมีสำนักงานใหญ่ในนครมิวนิก รัฐบาวาเรีย และมีฐานการผลิตอยู่ในเยอรมนี, บราซิล, จีน, อินเดีย, แอฟริกาใต้, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

ผมหวังว่าท่านสุภาพบุรุษชาว StarSoccer จะได้รับทราบประวัติความเป็นมาของแบรนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นขุนแผนเยอรมัน อย่าง BMW

อย่าลืมส่งต่อตำนานแห่งแคว้นบาวาเรีย ให้เพื่อนของคุณนะครับ