คนเล็กผู้ฆ่ายักษ์ : ‘มักซี่ โบ๊กส์’ นักบาสที่สูงแค่ 160 เซ็นติเมตรกับการท้านรกใน NBA

อยากจะเป็นนักบาส NBA ต้องสูงสักเท่าไหร่? …. คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่แน่ชัดแต่ที่แน่ๆและปฎิเสธไม่ได้คือยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะความสูงคือสิ่งที่ไม่สามารถฝึกให้ดีขึ้น(สูงขึ้น)ได้ เหมือนทักษะการเล่น

และนี่คือเรื่องราวของนักบาสที่สูงแค่ 160 เซ็นติเมตร เล็กจิ๋วที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ NBA เคยมีมา… ทว่าคนตัวเล็กๆคนนี้ ได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด  อะไรเปลี่ยนเเปลงเขาและทำลายความเชื่อทั้งหมด  

ติดตามชีวิตของ มักซี่ โบ๊กส์ นักบาสที่เป็นศูนย์รวมแห่งการไร้แต้มต่อตั้งแต่แรกเกิดจนสร้างตำนานที่นี่

Anna Rapoport

ความสูงที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก

บัลติมอร์ คือพื้นที่ที่เสื่อมโทรมที่สุดในรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ที่นี่เป็นศูนย์รวมของปัญหาความรุนแรงทั้งเรื่องยาเสพติดและอาชญา นี่คือเมืองที่อันตรายที่สุดติดอันดับท็อป 25 ของโลกเลยทีเดยว และนี่คือบ้านเกิดของ มักซี่ โบ๊กส์ 

มักซี่ย์ เกิดในบ้านจัดสรร  Lafayette Court โครงการของรัฐที่มีเพื่อประชากรที่มีรายได้น้อย เขาเกิดมากับการเลี้ยงดูของแม่มาโดยตลอด ไม่ทันได้เห็นหน้าพ่อว่าเป็นใคร รู้แต่เพียงว่าพ่อติดคุกไปตั้งแต่ก่อนที่เขาจะรู้ความ 

การเติบโตในย่านนั้นอันตรายดังคำกล่าวที่สื่อยัดเยียด เพราตัวของ โบ๊กส์ นั้นเล่าว่าเขาเคยโดนลูกหลง จากการยิงกันของกลุ่มวัยรุ่นและนั่นคือการโดนปืนยิงครั้งแรกของเขาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ว่ากันว่านั่นอาจจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเขา แต่ในทางกลับกันมันเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตที่ทำให้ โบ๊กส์ กลายเป็นคนไม่กลัวใคร

ในขณะที่เขาเล่นบาสระดับมัธยม เพื่อนร่วมทีมบางคนสูงไปถึงระดับ 180-190 เซ็นติเมตร แต่ โบ๊กส์ กลับหยุดการเจริญเติบโตที่เพียง 160 เซ็นติเมตรเท่านั้น บางคนบอกว่าเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้และบาสก็เป็นเรื่องของคนตัวสูง แต่ โบ๊กส์ หาสิ่งอื่นมาทดแทนและนั่นคือความเร็วที่ไม่ว่าใครก็ตามไม่ทัน

เขาเริ่มฝึกกับโค้ช บ๊อบ เหวด การมาเจอกับโค้ชคนนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญอีกหนึ่งจุด เพราะเขามักจะโดนล้อเลียนเรื่องส่วนสูง แต่ เหวด คือคนที่มอบความมั่นใจและเชื่อมั่นในสิ่งที่ โบ๊กส์ มีเขาผลักดันให้ โบ๊กส์ มีความทะเยอทะยานฝึกให้หนักมากกว่าคนอื่นหลายเท่า โดยเฉพาะเรื่องการลับคมเกี่ยวกับความเร็ว จากที่เคยเร็วอยู่แล้วด้วยสรีระ เป็นการเพิ่มให้เร็วและมีประสิทธิภาพ 

เราอาจจะไม่เห็นภาพว่าเขาฝึกหนักขนาดไหน แต่ โบ๊กส์ เล่าว่าเขาใช้ความพยายามจนแทบจะหมดก๊อก ท้อแล้วท้ออีกเพื่อพัฒนาการเล่นเพื่อทดแทนสิ่งที่เขาไม่มี และเขาเคยเกือบถอดใจมาหลายครั้ง แต่สุดท้ายแรงผลักด้านจากโค้ชเหวด และแม่ของเขาคือแรงขับให้เขาไปต่อโดยไม่รู้ว่าปลายทางจะไปถึง NBA หรือไม่

“แม่บอกผมเสมอว่า แกอย่าไปฟังที่ไอ้พวกนั้นมันพูด ไม่มีใครรู้ดีเกี่ยวกับชีวิตของแกเท่ากับตัวแกเอง ไม่มีใครรู้หรอกว่าใจแกใหญ่ขนาดไหน พวกนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกมีดีอะไรบ้าง” โบ๊กส์ กล่าว

Sports Illustrated

ความพยายามไม่ทำร้ายใคร

ความเร็วและทักษะของ โบ๊กส์ ทดแทนทุกอย่างที่ขาดหายไปได้หมดตอนที่เขาเป็นนักเรียนมัธยม ลีลาทั้งหมดทำให้เขาโดนติดต่อเข้าทีมมหาวิทยาลยั เวค ฟอเรสต์ ณ เวลานั้นบาสระดับมหาวิทยาลัยนั้นเป็นลีกที่ได้รับความนิยมไม่น้อยกว่า NBA มีการถ่ายทอดสด มีรายการเฉพาะเป็นของตัวเอง และ โบ๊กส์ เองก็เป็นคนโปรดของเหล่านักวิจารณ์ในช่วงแรกเพราะเรื่องเดิมๆ … ทุกคนบอกว่าเขาเตี้ยเกินไป

“คุณไปเอาเด็ก 5 ขวบมาเข้าทีมหรือยังไง? หมอนี่สูงแค่ 5 ฟุตเองนะจะไหวเหรอ?” โบ๊กส์ ยังจำวันที่เขาโดนปรามาสได้ดี เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาสู่ทีม

หลังจากนั้นไม่นานคิวถ่ายทอดสดก็มาถึงรอบของทีม เวค ฟอเรสต์ และวันนั้น โบ๊กส์ รู้ดีกว่าทุกคนรอดูเขาโดนเหล่ายักษ์ปักหลั่นอัดเละคาสนามผ่านหน้าจอโทรทัศน์ แต่ในทางกลับกัน เขาพร้อมจะเล่นง่านทุกคนที่ขวางหน้า และทำให้ทุกคนได้เห็นว่าเขามีดีแค่ไหน 

สุดท้ายเขากลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ ทำ 20 แต้มและ 10 แอสซิสต์ ในเกมเจอกับ นอร์ธ แคโรไลน่า ซึ่งจากนั้นเขาก็ไม่เคยหยุดโชว์ของอีกเลย โบ๊กส์ มาไกลจนถึงขั้นถูกแมวมองเรียกติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาในชุดชิงแชมป์โลกปี 1986 ก่อนจะสานงานต่อจนได้ดราฟต์เข้าสู่ทีม ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ต ทีมน้องใหม่ใน NBA ด้วยการเป็นผู้เล่นดราฟต์คนที่ 12 ในปีนั้นอีกด้วย 

เหมือนทุกครั้งที่เขาต้องพิสูจน์ตัวเอง ทุกคนเห็นเขาและหัวเราะกับส่วนสูง แต่โบ๊กส์ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเลยแม้แต่วันเดียว และในส่วนของสภาพจิตใจเขาแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และไม่เคยกลัวว่าคู่แข่งจะตัวใหญ่แค่ไหน หลายคนอาจจะอยากเห็นเขาหงอ แต่เขาแสดงถึงความแตกต่างเสมอ

“ผมไม่ได้หนักใจหรอกนะที่ใครพูดอะไร ผมวางแผนป้องกันคู่ต่อสู้ในแบบของผม พยายามหาจุดอ่อนของพวกเขา หรือสิ่งที่พวกเขาชอบทำในสนาม ส่วนใหญ่พวกเขาอยากจะอัดผมให้ล้มลง แต่ผมไม่กล้วหรอกมันท้าทาย ผมชอบเจอกับคนเก่งๆ ศึกษาจุดแข็งและจุดอ่อนให้ทะลุปรุโปร่ง และผมพยายามเป็นเหมือนศัตรูพืชที่กัดกินและสร้างความหงุดหงิดให้พวกเขา จนหลายคนบอกว่าไม่อยากจะประกบกับผู้เล่นอย่างผมเลย”  โบ๊กส์ กล่าว

นั่นคือเรื่องจริง โบ๊กส์ คือหนึ่งในผู้เล่น 3ประสานที่ดีที่สุดของ ชาร์ล็อตต์ ประกอบด้วย อลอนโซ่ มอร์นนิ่ง,ลารี่ จอห์นสัน และตัวของเขา ซึ่งในฤดูกาล 1993-94 โบ๊กส์ ที่เตี้ยที่สุดในลีก กลายเป็นเจ้าของสถิติทำ 10.7 แอสซิสต์เฉลี่ยต่อ 1 เกม มากเป็นอันดับ 2 ของ NBA เป็นรองเพียง จอห์น สต็อคตัน เท่านั้น  นอกจากนี้เขายังเคยดวลกับ ไมเคิล จอร์เเดน และ สก็อต พิพเพ่น ในเกมเพลย์ออฟรอบตัดเชือกในปี 1995 มาแล้ว … แน่นอนว่า ชาร์ล็อตต์ ต้าน ชิคาโก้ บูลส์ ของ จอร์เเดน ไม่ไหว แต่สุดท้ายด้วยข้อจำกัดที่มี โบ๊กส์ พยายามบีบมันจนเหลือระยะห่างจากยอดผู้เล่นได้ไกล้ขนาดนี้ก็ต้องนับว่าเป็นความพยายามที่มากจนเราจินตนาการไม่ออกเลยทีเดียว

เส้นทาง NBA ของ โบ๊กส์ จบลงในปี 2001 หลังจากออกจาก ฮอร์เน็ตต์ เขาก็ย้ายไปอยู่กับ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส และ โตรอนโต้ แร็พเตอร์ส ตามลำดับ ซึ่งในช่วงเวลากับ แร็พเตอร์ส นั้นเขาก็มีโอกาสได้เล่นกับ 1 ในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีมอย่าง วินซ์ คาร์เตอร์ อีกด้วย 

สิ่งที่ทำให้เขาผ่านเรื่องราวจากเด็กน้อยในบ้านจัดสรรสุดคับแคบที่มีหลังคาสูงเพียง 2 เมตร นำมาสู้และกลายเป็นนักบาส NBA ที่ตัวเล็กที่สุดและผ่านการดวลกับสตาร์แห่งยุค 90s มานักต่อนัก  แม้สุดท้ายแล้วเขาจะไม่เคยได้เเชมป์ NBA กับทีมใด แต่เรื่องราวของเขาคือแรงบันดาลใจสำหรับคนตัวเล็กที่มีฝันใหญ่ … จงมีทัศนคติที่ดี,อย่ากลัวที่จะเผชิญหน้า และลงมือทำด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ นั่นคือเคล็ดลับของ มักซี่ โบ๊กส์ ที่โลกต้องปรบมือให้ชายตัวเล็กคนนี้ 

“ผมเชื่อว่าผมทำได้ และผมมีความสามารถพอ และก็ออกไปแสดงให้ทุกๆคนเห็น” โบ๊กส์ ว่าถึงประโยคที่ทำให้เขามาไกลจนถึงทุกวันนี้ 

https://www.charlotteobserver.com/news/business/article97442447.html