Cloud Kitchen ร้านอาหารแบบ “ไร้หน้าร้าน” ไม่ต้องเปิดสาขา ไม่ต้องทำร้านใหม่ แต่ได้ลูกค้าเพิ่ม!

PHOTO : hxdbzxy.

A : หิวป่ะ สั่งไรมากินกัน

B : เอาดิ อยากกินผัดไทประตูผีว่ะ

A : เราอยู่ตั้งรามอินทรา ค่าส่งแพงตายชัก

B : สบาย ใกล้ๆ นี่มีผัดไทประตูผีจาก Cloud Kitchen สั่งได้เหมือนกัน

บทสนทนาข้างบนกำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า เพราะว่าเทรนด์ร้านอาหารยุคใหม่กำลังจะมา และที่สำคัญ ร้านอาหารเหล่านี้เป็นร้านอาหารดังในท้องถิ่น ที่คุณจะสามารถเลือกรับประทานได้ตามใจ แถมสั่งได้หลายๆ ร้านพร้อมกันในทีเดียว และธุรกิจนี้มีชื่อว่า Cloud Kitchen ครับ

Cloud Kitchen คืออะไร?

“จะเป็นยังไงถ้าเราอยู่นนทบุรี แต่สามารถสั่งสุกี้เอลวิสจากเยาวราชมากินได้ในเวลาแป๊บเดียว”

นับตั้งแต่เทคโนโลยี Cloud เข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ก็ส่งผลให้แวดวงธุรกิจต่างๆ เริ่มปรับตัว และหันมาใช้ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Spotify แอปสตรีมมิ่งเพลงที่สามารถฟังตอนไหนก็ได้ หรือ Netflix ผู้ให้บริการชมภาพยนตร์ออนไลน์ที่มีหนังหลายพันเรื่องให้รับชมกันในที่ที่เดียว

จุดเด่นสำคัญของการใช้เทคโนโลยี Cloud ในภาคธุรกิจ สามารถเสริมความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะ Cloud Tech คือการรวบรวมคอนเทนต์ สินค้า หรือบริการต่างๆ เอาไว้ในที่ที่เดียว และทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ และด้วยจุดเด่นนี้ทำให้เราได้เห็น Platform หรือแอปพลิเคชันที่เป็นศูนย์รวมสิ่งต่างๆ เอาไว้มากมาย

PHOTO : hxdyl

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราพูดถึงข้างต้นมันอยู่แค่ในโลกออนไลน์ ไม่ได้มีการทำอะไรกับโลกออฟไลน์เท่าไหร่นัก แต่สำหรับธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่าง Food Delivery ที่เราพบเห็นกันมากมาย ก็กำลังให้ความสนใจกับการรวมศูนย์ร้านอาหารไว้ในที่ที่เดียว แล้วกระจายตัวไปตามยุทธศาสตร์สำคัญในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารร้านดังที่อยู่นอกเหนือรัศมีการขนส่งปกติมาทานได้ จนเกิดเป็น Cloud Kitchen ขึ้นมา

Cloud Kitchen คือโมเดลธุรกิจที่แชร์พื้นที่ครัวร่วมกันของร้านอาหารต่างๆ อธิบายง่ายๆ ก็คือ มีผู้ลงทุนสร้างครัวขึ้นมา ไม่มีที่นั่ง ไม่มีหน้าร้าน มีแต่ครัวล้วนๆ เมื่อจัดสรรแบ่งพื้นที่เสร็จสรรพแล้วสามารถรองรับการทำอาหารได้ประมาณ 20 ร้าน ก็คัดเลือกร้านอาหารเจ้าดังที่ต้องการขยายฐานลูกค้า แต่ไม่อยากไปเปิดหน้าร้านเอง เพราะแบบนั้นจะต้องมีการลงทุนทั้งด้านพื้นที่ ทำเล การตกแต่งร้าน และอื่นๆ จิปาถะอีกมากมาย แต่สำหรับ Cloud Kitchen เจ้าของร้านส่งแค่คนทำอาหารมาเท่านั้น ก็สามารถขายอาหารในพื้นที่ที่ไกลจากที่ตั้งร้านดั้งเดิมได้แล้ว

Cloud Kitchen เมื่อ Demand กับ Supply โคจรมาเจอกัน

จริงๆ แล้ว Cloud Kitchen ไม่ได้เป็นแนวคิดใหม่เสียทีเดียว แต่ในต่างประเทศมีการทำธุรกิจโดยอาศัยโมเดลนี้อย่างจริงจังอยู่บ้างแล้ว และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนในประเทศไทยเองก็มีผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจ Food Delivery อย่าง Grab เริ่มต้นทำ Cloud Kitchen แห่งแรกในประเทศไทยแล้วเช่นกันเมื่อช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งอยู่ที่สามย่าน โดยรวบรวมร้านอาหารดังๆ หลานร้านๆ เช่น ปูไข่ดองของกู, เอลวิส สุกี้ และ ป. เจริญชัย ไก่ตอน มาไว้ในพื้นที่ครัวรวมแห่งนี้ ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และไม่ต้องลงทุนนั่งรถไปกิน หรือเสียค่าส่งราคาแพงอีกต่อไป

PHOTO : Edvard_Nalbantjan

จะว่าไป ธุรกิจนี้มีความน่าสนใจมากๆ สำหรับร้านอาหาร เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน การที่เราจะขยายฐานลูกค้า หรืออยากเปิดสาขาเพิ่ม เราก็ต้องไปเปิดร้านใหม่ใน Location ที่ต้องคัดสรรกันมาอย่างดี เมื่อได้ที่ตั้งแล้วก็ต้องมาดูอีกว่าต้องเสียค่าเช่าพื้นที่เท่าไหร่ ต้องตกแต่งร้านอย่างไร พนักงาน คนดูแลร้าน ฯลฯ

ซึ่งถ้าหากมามองรวมๆ แล้ว กว่าที่เจ้าของร้านจะเปิดสาขาใหม่ได้ เม็ดเงินที่ต้องลงทุนนั้นเรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสพอสมควร ยังไม่นับถึงจำนวนลูกค้า การโปรโมทร้านให้ลูกค้าเข้า และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ อีก เพราะฉะนั้น ส่วนใหญ่เวลาจะเปิดสาขาใหม่เจ้าของร้านจะต้องคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ และรอบด้าน หรือแม้กระทั่งคิดว่า จะเปิดร้านใหม่ยังไงให้ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด

แต่การมาของ Cloud Kitchen คือสิ่งที่ตอบโจทย์เจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี เพราะนี่คือ Result ของร้านอาหารหลายๆ ร้านที่อยากได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ต้องการที่จะเสียเงินจำนวนมากไปกับการทำร้านใหม่ เพราะเจ้าของธุรกิจ Cloud Kitchen จะเป็นผู้ลงทุนในการสร้างครัว และพื้นที่การทำอาหารให้ จากนั้นก็เปลี่ยนจากการจ่ายค่าเช่าที่ และการสร้างร้านมาจ่ายเป็นค่าพื้นที่ครัวนี้แทน และยังลดรายจ่ายด้านการ Maintainance ตัวร้าน ให้เหลือเพียงแค่ ค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าครัว และค่าจ้างพนักงานเท่านั้น เพราะ Cloud Kitchen ไม่ใช่ร้านอาหารที่ต้องมีหน้าร้าน เป็นเพียงการทำอาหารแล้วส่งไปให้เท่านั้น

ส่วนในฝั่งของลูกค้าเอง จากที่เมื่อก่อนเราต้องดั้นด้นไปทานร้านอาหารดังๆ ที่บางร้านอาจอยู่ค่อนข้างไกล ซึ่งบางครั้งระยะทางก็อาจกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกที่จะไม่ไปแทน แม้ว่าจะอยากทานแค่ไหนก็ตาม หรือไม่ก็ต้องรอลุ้นให้ร้านอาหารมาเปิดสาขาแถวบ้านเพื่อที่จะได้ไปลองลิ้มชิมรสได้ง่ายขึ้น

แต่ลองคิดดูว่าถ้าในจุดที่เราอาศัยอยู่ มี Cloud Kitchen อยู่ในรัศมีใกล้ๆ และมีร้านดังที่เราอยากกินขึ้นมาพอดี หรือเพียงแค่เรารู้ว่ามีร้านอาหารชื่อดังที่เราสามารถสั่งมากินกันได้ทันที คุณคิดว่ามีหรือคนไทยจะไม่ลองสั่งมากินกัน?

วัฒนธรรมการกินที่สะท้อน Value ของอาหารได้ชัดเจนกว่าเดิม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งบนโลกที่ขึ้นชื่อเรื่อง Street Food และมีวัฒนธรรมด้านอาหารการกินที่คนทั่วโลกยอมรับ ถึงขั้นที่ว่าชาวต่างชาติบางคนเดินทางมายังประเทศไทยเพราะอยากลิ้มลองอาหารไทยที่มีกระจายอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนน และสำหรับคนไทยเอง การทานอาหารก็นับได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ด้วยความหลากหลายของรูปแบบอาหาร การผสมผสานทางวัฒนธรรม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละร้าน ก็ทำให้เราเพลิดเพลินกับอาหารได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าหาก Cloud Kitchen ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้น สิ่งที่ร้านจะได้รับคือ “ผลตอบรับที่มาจากรสชาติอาหารอย่างแท้จริง”

PHOTO : hxdbzxy

เพราะอะไร? เพราะการสั่งอาหารแบบนี้สิ่งที่ลูกค้าได้รับแน่ๆ ก็คือ อาหาร และรสชาติ ซึ่งในปัจจุบันมีร้านอาหารหลายๆ ร้านที่อาศัยจุดเด่นด้านอื่นมาเป็นตัวชูโรงให้กับร้านของตนเอง เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลองทานที่ร้านมากขึ้น แต่กลับหลงลืมรสชาติของอาหาร ทำให้ลูกค้าบางคนที่ไปลองร้านเด่นร้านดังในโลกโซเชียลมาแล้วรู้สึกว่า ร้านสวย ถ่ายรูปสวย แต่รสชาติอาหารยังไม่ได้ตามที่ต้องการ

จริงอยู่ที่คนรุ่นใหม่บางคนชื่นชอบในการถ่ายรูปกับร้านที่มีบรรยากาศสวยๆ เพื่อนำไปโพสต์ลงโซเชียล แต่จะมีสักกี่คนที่ลงทุนไปถ่ายรูปกับร้านอาหารเดิมๆ กับบรรยากาศเดิมๆ แล้วจ่ายค่าอาหารที่รู้สึกว่าไม่ถูกปากอยู่ตลอดเวลา

แล้วลองคิดดูดีๆ ว่า การที่เราจะเลือกกลับไปที่ร้านอาหารร้านใดร้านหนึ่งอีกสักครั้ง สิ่งที่คุณคิดมาเป็นอันดับแรกคืออะไร? อยากกลับไปเพราะบรรยากาศร้าน หรืออยากกลับไปเพราะอยากทาน “อาหาร” ของร้านนั้นอีกครั้งกันแน่?

Cloud Kitchen นอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของร้านที่อยากขยายฐานลูกค้าได้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เราน่าจะได้เห็น Value ของตัวอาหารจริงๆ ที่ไม่ต้องอาศัยจุดเด่นด้านอื่นมาทดแทน และรีวิวที่ร้านจะได้รับก็จะมีแต่เรื่องรสชาติของอาหารเพียงอย่างเดียว ซึ่งในจุดนี้เองที่เจ้าของร้านอาหารอาจจะต้องกลับมาโฟกัสเพิ่มมากขึ้นอีกว่า การสร้าง Value ของร้านตัวเองให้ยั่งยืนนั้น เราจะเน้นไปที่รสชาติของอาหารเพื่อทำให้ลูกค้ากลับมาทานกับเราเรื่อยๆ หรือต้องการเปิดร้านใหม่ เน้นการตกแต่งให้สวยงาม เพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาเพียงครั้งเดียวแล้วจากไป โดยที่ไม่ได้ใส่ใจกับรสชาติของอาหารเลย..