การว่ายน้ำช้าที่สุดในโอลิมปิกแต่ชนะใจคนทั่วโลกของ “เอริค มอสซัมบานี”

PHOTO : archysport

โอลิมปิก คือมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ที่ไม่ว่านักกีฬาจากประเทศใด ก็ใฝ่ฝันที่จะได้มีส่วนร่วมสักครั้ง

แต่สำหรับ เอริค มอสซัมบานี การได้มาถึงตรงนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝัน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังชนะใจแฟนกีฬาทั่วโลก … แม้จะเข้าเส้นชัยด้วยเวลาที่ช้าที่สุดก็ตาม

บนทางที่ไม่พร้อม

เอริค มอสซัมบานี เป็นนักกีฬาว่ายน้ำจากประเทศ อิเควทอเรียล กินี ประเทศเล็ก ๆ ในแถบแอฟริกากลาง … พูดแค่ชื่อทวีปแอฟริกา หลายคนคงนึกถึงความลำบากยากจน แต่เส้นทางการเป็นนักว่ายน้ำของมอสซัมบานีนั้น แสนสาหัสกว่าที่ใครจะคาดคิด

“ผมเริ่มต้นการเป็นนักว่ายน้ำตั้งแต่ผมออกจากโรงเรียน แต่ใน มาลาโบ เมืองหลวงที่ผมอยู่ เราไม่มีสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน ผมต้องไปซ้อมว่ายน้ำในสระของโรงแรม ที่มีความยาวซัก 13 เมตร (1 ใน 4 ของสระมาตรฐาน 50 เมตร หรือครึ่งหนึ่งของสระสั้น 25 เมตร) เองมั้ง” มอสซัมบานี เริ่มเล่า

“และด้วยความที่มันเป็นสระของโรงแรม ช่วงเวลาเดียวที่เขาอนุญาตให้ผมเข้าไป คือตี 5 ถึง 6 โมงเช้า ผมได้ซ้อมที่นั่น 3 วันต่อสัปดาห์ นอกจากนั้น ก็ต้องไปซ้อมเอาตามมีตามเกิดที่แม่น้ำหรือทะเล เท่านั้นไม่พอ โค้ชที่สอนว่ายน้ำ ก็ไม่ใช่โค้ชอาชีพ แต่เป็นชาวประมง ที่นี่ ไม่มีอะไรที่มีความเป็นมืออาชีพซักอย่างเลยครับ”

โอลิมปิกไม่คาดฝัน

สิ่งที่มอสซัมบานีบรรยายมา คงพอเห็นภาพว่า ในประเทศที่ประชากรมีวิถีชีวิตที่ยากลำบาก ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อวันไม่ถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ การจะพัฒนาตัวเองสู่ความเป็นเลิศทางกีฬา เป็นอะไรที่ยากยิ่ง จนแทบเลิกคิดถึงโอกาสที่จะได้ไปแข่งขันรายการใหญ่ๆ ไปได้เลย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ได้มีโครงการพิเศษ เพื่อมอบโอกาสให้กับประเทศกำลังพัฒนาได้มีส่วนร่วมกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก นั่นคือ โควต้าไวลด์การ์ด และ 1 ในโควต้าของการแข่งขันว่ายน้ำ โอลิมปิก ปี 2000 ที่นครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย ก็ตกเป็นของ เอริค มอสซัมบานี

นี่คือการออกมาสัมผัสโลกกว้างครั้งแรกในชีวิตของมอสซัมบานี ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านนักกีฬา สิ่งต่าง ๆ ที่ได้เจอทำให้เขาถึงกับตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 50 เมตร ที่เคยเห็นเป็นครั้งแรก

แม้จะมีบรรยากาศของการแข่งขัน แต่มิตรภาพที่มีให้ต่อกันของนักกีฬายังคงเข้มข้นเสมอ มอสซัมบานีได้ลงซ้อมร่วมกับนักกีฬาของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาพยายามเรียนรู้เทคนิคแบบครูพักลักจำอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีโค้ชทีมว่ายน้ำของแอฟริกาใต้ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยติวเทคนิคให้เท่านั้น แต่ยังได้มอบกางเกงว่ายน้ำ และแว่นว่ายน้ำเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันอีกด้วย

ช้าที่สุดในสนาม แต่ชนะใจคนทั้งโลก

และวันที่ เอริค มอสซัมบานี รอคอยก็มาถึง … 19 กันยายน 2000 วันแข่งขันรอบคัดเลือก ว่ายน้ำฟรีสไตล์ 100 เมตร

แต่แค่ยังไม่ทันได้ลงสระ ความหนักใจก็มาเยือนแล้ว เพราะจากการสื่อสารที่ผิดพลาด เนื่องจากเขาพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ทำให้ตัวเขาเข้าใจในตอนแรกว่า ระยะทางที่ต้องลงแข่งขัน คือ 50 เมตร ไม่ใช่ 100 เมตร ซึ่งไม่เคยซ้อมมาก่อนเลยในชีวิต

แต่อย่างน้อยที่สุด มอสซัมบานีก็ไม่ก่อความผิดพลาด เพราะในฮีต 1 ที่ลงแข่งขัน คาริน บาเร จากไนจีเรีย และ ฟาร์กูด โอริปอฟ จากทาจิกิสถาน ซึ่งร่วมลงแข่งด้วยนั้นเกิดจัมพ์สตาร์ททั้งคู่ และนั่นทำให้เขาที่ออกตัวตามสัญญาณ คือคนเดียวที่มีสิทธิ์ทำเวลาในการแข่งทันที

“ช่วง 50 เมตรแรกผมว่ายได้ไม่เลวเลยนะตามความรู้สึก” มอสซัมบานี เล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้น “ผมทุ่มพลังทั้งหมดที่มี เพราะรู้ว่าทั้งโลกกำลังมองผมอยู่ โดยเฉพาะครอบครัวของผม เพื่อนๆ ของผม และประเทศของผม ตอนนั้นผมไม่ได้คิดเรื่องเวลาเลย คิดแค่ได้เข้าเส้นชัยก็พอแล้ว”

ทว่าหลังจากกลับตัวสู่ 50 เมตรสุดท้าย เจ้าตัวก็พบว่า ได้ใช้พลังในช่วงแรกมากเกินไป จนทำให้การไปให้ถึงเส้นชัยนั้นยากลำบากเหลือเกิน ทว่ากลับมีพลังงานหนึ่งเกิดขึ้น เพื่อผลักดันให้เขาว่ายต่อ

“ตอนนั้นล่ะมั้ง ผมเริ่มได้ยินเสียงคนดูตะโกนส่งเสียงเชียร์ผมให้ ‘ไป ไป ไป’ มันทำให้ผมมีพลังพอที่จะไปให้ถึงเส้นชัยได้สำเร็จ พอแตะขอบสระเท่านั้นแหละ ผมพูดกับตัวเองเลยว่า ‘ฉันทำได้แล้ว'”

แม้เวลา 1 นาที 52.73 วินาที จะถือเป็นเวลาที่ช้าที่สุดของการแข่งขันว่ายน้ำฟรีสไตล์ 100 เมตรชายในโอลิมปิกคราวนั้น แต่ก็ถือเป็นประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือครั้งแรกที่นักว่ายน้ำจาก อิเควทอเรียล กินี ได้ลงแข่งขันในระดับนานาชาติ

ไม่เพียงแต่จิตวิญญาณแห่งโอลิมปิกจะทำให้มอสซัมบานีสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศชาติเท่านั้น แต่เจ้าตัวยังกลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน สื่อตั้งฉายาให้เขาว่า “Eric The Eel” เพื่อเป็นการยกย่องอีกด้วย

นับแต่นั้นมา มอสซัมบานี ก็ได้เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง 4 ปีต่อมา เขาสร้างสถิติว่ายน้ำฟรีสไตล์ 100 เมตรขึ้นมาใหม่ด้วยเวลา 56.9 วินาที ดีกว่าที่เคยทำได้ในโอลิมปิกเกือบเท่าตัว

ไม่เพียงเท่านั้น อิเควทอเรียล กินี ก็ได้มีสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 50 เมตรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติอีกด้วย โดยมีถึง 2 สระ

และปัจจุบัน มอสซัมบานี ในวัย 42 ปีที่ประกาศอำลาสระไปแล้ว ก็กำลังทำอีกภารกิจสำคัญเพื่อประเทศชาติ นั่นคือการเป็นโค้ชทีมว่ายน้ำของ อิเควทอเรียล กินี

“ภารกิจของผมตอนนี้ คือการช่วยเหลือหนุ่มสาวที่อยากเป็นนักว่ายน้ำให้เป็นนักว่ายน้ำชั้นยอด และผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้กีฬาว่ายน้ำเติบโตในประเทศนี้อย่างยั่งยืนครับ” มอสซัมบานี ทิ้งท้าย

https://www.olympic.org/news/eric-moussambani-sydney-2000-changed-my-life

https://www.readersdigest.co.uk/inspire/life/7-inspiring-olympic-heroes-who-beat-the-odds