VR Travel ประสบการณ์การท่องเที่ยวแห่งอนาคตที่คุณไม่ต้องลุกไปไหน !

จะเป็นอย่างไรถ้าคุณสามารถไปเที่ยวได้ในทุกๆ ที่ที่คุณอยากไป โดยไม่ต้องออกไปข้างนอกให้ลำบาก?

เทคโนโลยี VR Tourism กับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในยุค New Normal ที่จะช่วยเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในแบบที่คุณไม่ต้องออกไปเสี่ยงกับ Covid-19 และยังสามารถเที่ยวชมแบบส่วนตั๊วส่วนตัวราวกับจองทัวร์แบบ Exclusive

ทำความรู้จักกับ VR Travel การท่องเที่ยวแห่งอนาคตที่สามารถพาคุณไปได้ทุกที่ แม้แต่ดวงจันทร์!

ในช่วงที่สถานการณ์ทั่วโลกต่างไม่ปลอดภัยด้วยโรค Covid-19 เช่นนี้ ทำให้หลายๆ คนต้องอยู่ที่บ้าน เพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากโรค หรือแม้กระทั่งการทำงานก็ยังต้องปรับตัวไปใช้การ work from home กันเสียส่วนใหญ่ ทำให้หลายๆ คนใช้เวลาอยู่ที่บ้านนานขึ้น เพราะไม่ต้องการจะออกไปไหน

แต่พออยู่บ้านไปนานเข้า เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เกิดความรู้สึกเบื่อ เพราะไม่มีอะไรทำ ไม่ได้เจออะไรใหม่ๆ ในแต่ละวัน แล้วก็ต้องหาสิ่งบันเทิงแบบใหม่เพื่อผ่อนคลายตัวเองเวลาอยู่ที่บ้าน และหนึ่งในเทรนด์ที่คนอยู่บ้านเลือกทำก็คือ การท่องเที่ยวแบบ VR (Virtual Reality)

รู้จักกับโลก VR

Photo : Aila Images

Virtual Reality หรือ โลกเสมือนจริง เป็นเทคโนโลยีที่มีมาได้สักระยะแล้ว แต่ยังถูกใช้ในวงจำกัด โดยเทคโนโลยี VR จะถูกใช้คู่กับแว่น VR ที่สวมศีรษะของผู้ใช้งาน และฉายภาพผ่านจอแสดงผลในแว่นตา ซึ่งเมื่อผู้ใช้หันศีรษะไปทางไหน ภาพก็จะแสดงให้เห็นตามทิศทางที่หันไป ทำให้ VR ถูกนำมาใช้ในแง่ของสื่อด้านความบันเทิงเป็นหลัก เช่น เกม หรือภาพยนตร์บางเรื่อง ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยี VR กำลังขยายตัวไปสู่วงการอื่นๆ ด้วย ไม่ถูกจำกัดเพียงแค่กลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป

ท่องไปทั่วโลกแบบไม่ต้องลุกไปไหนด้วย VR Travel

หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่หันมาจับจุดเด่นด้วยการใช้ VR ทดแทนในช่วงที่โควิดระบาดก็มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ กลุ่มการท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องโควิดมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ก็มีสถานที่สำคัญหลายแห่งเริ่มปรับตัวมาใช้การถ่ายทำสถานที่ต่างๆ แบบทุกซอกทุกมุมให้เป็นทั้ง คลิปวิดีโอ หรือจัดเป็นทัวร์นำชมภายใน โดยที่ไม่ต้องให้นักท่องเที่ยวออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว 

Photo : HBY Studio

เริ่มตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Lourve Museum ที่จัดนำชมพิพิธภัณฑ์ด้วยการทำ session VR ขึ้นมาภายในเว็บไซต์ และจัดแสดงส่วนต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ไว้อย่างครบถ้วน แถมยังมี Info ให้อ่าน พร้อมรูปวัตถุที่แสดงในความละเอียดสูงอีกด้วย

Lourve Museum VR

Photo : canadastock

หรือใครอยากไป มหานครแห่งสายน้ำอย่าง เวนิส ก็ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ ให้ยุ่งยาก เพราะคุณสามารถเข้าชมเมืองเวนิสได้ผ่านทาง Google Maps ทันที ด้วย Google Street View ที่จะพาคุณเดินท่องเที่ยวไปในเมืองแห่งนี้เสมือนว่าคุณได้ไปอยู่ที่นั่นจริงๆ

Photo : JOON_T

อยากไปฝรั่งเศสแล้วเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์สักครั้งงั้นเหรอ? ไปได้เลย! กับทัวร์ VR ของ Palace of Versailles ที่นำชมส่วนต่างๆ ของพระราชวังอย่างใกล้ชิด แถมไม่ต้องไปเบียดเสียดเดินชนกับใครเข้าด้วย คุณจะสามารถเดินชมความงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ พร้อมงานศิลปะที่ประเมินค่าไม่ได้อย่างเต็มอิ่มจุใจเลยทีเดียว

Palace of Versailles

Photo : Alones

หรือแม้แต่การท่องเที่ยวไปยังดาวเคราะห์อื่น เช่น ดวงจันทร์ หรือดาวอังคาร ก็มีการทำ VR ขึ้นมาโดยให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูพื้นผิว สภาพดาว และชั้นบรรยากาศต่างๆ ของดาวดวงนั้นได้เช่นกัน

NASA at home

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญของโลกอีกมากมายที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าชมผ่านโลก VR โดยมีทั้งแบบที่เสียเงิน และแบบฟรี ใครอยากลองไปเที่ยวที่ไหนแค่เสิร์ช Google ด้วยชื่อสถานที่ แล้วตามด้วย vr ก็ได้ที่เที่ยวที่ใหม่กันแล้ว 

กระแสความนิยมของ VR Travel ที่มาเร็วกว่าที่คิด

แม้ว่าเทคโนโลยี VR Tourism จะมีมาได้สักพักแล้ว แต่ในแง่ของความ Mass และความน่าสนใจของการท่องเที่ยวประเภทนี้ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะในตอนนั้นผู้คนยังสามารถออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อให้เห็นกับตาตัวเองได้สะดวกกว่า แต่ตอนนี้คนจำเป็นต้องอยู่บ้าน จะไปเที่ยวต่างประเทศก็ลำบาก การชูจุดเด่นของ VR และโปรแกรมการท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่โดยที่ตัวนักท่องเที่ยวไม่ต้องออกไปไหนเลยเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในช่วงโควิดนี้เป็นอย่างมาก

Photo : Troyan

ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิดมากที่สุดคือ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ในเมื่อสถานที่ต่างๆ ไม่ปลอดภัยสำหรับการให้ผู้คนมาท่องเที่ยวอีกต่อไป การปรับตัวให้ตนเองอยู่รอดจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกๆ แห่งจำเป็นต้องทำ การปรับตัวมาใช้เทคโนโลยี VR จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีผู้ทดลองแล้วเรียนรู้ว่า มันใช้ได้ผลจริงๆ เพราะนักท่องเที่ยวเองก็อยากสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ นอกเหนือไปจากที่บ้านบ้าง การที่แหล่งท่องเที่ยวหันมาลงทุนกับสื่อ Multimedia อย่าง Virtual Reality อาจทำให้เกิดต้นทุนอยู่บ้าง แต่บางที่ก็ปรับตัวด้วยการขายทัวร์แบบ Exclusive ที่พาเที่ยวชมแบบเสียเงินในระดับที่ถูกกว่าการไปเยือนด้วยตัวเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวบางกลุ่มก็ยินดีรับข้อเสนอนี้ และนับเป็นดีลที่ win-win ทุกฝ่าย เพราะเจ้าของสถานที่เองยังได้ค่าเข้าชม ส่วนนักท่องเที่ยวก็ได้เที่ยวสถานที่ที่ตัวเองอยากไป โดยไม่ต้องลุกจากโซฟาเสียด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ สถานที่บางแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ หรือแหล่งโบราณคดีต่างๆ ที่จัดแสดงวัตถุสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่หันมาทำการท่องเที่ยวแบบ VR ก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะไม่ต้องเสี่ยงกับความเสียหายของวัตถุที่อาจเกิดจากผู้เข้าชมอย่างที่เราเคยได้ยินข่าวกัน ทำให้กระแสการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในช่วงโควิดมียอดเติบโตสูงขึ้นไปอีกด้วย

VR อาจไม่สร้างรายได้จำนวนมาก แต่สร้างความอยากให้กับผู้คน

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่า การท่องเที่ยวแบบ VR แม้ว่าจะมีทั้งแบบฟรี และไม่ฟรี แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการให้เข้าชมฟรีแทบทั้งสิ้น ทีนี้ก็มีคำถามว่า แล้วเจ้าของสถานที่จะได้รายได้ยังไง หรือจะได้ประโยชน์อะไรจากการลงทุนทำ VR Tour เช่นนี้กันล่ะ?

คำตอบก็คือ แม้ว่าการท่องเที่ยวแบบ VR จะไม่ได้สร้างรายได้โดยตรงให้กับแหล่งท่องเที่ยวมากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ได้แน่ๆ คือ “ประสบการณ์ของผู้ชม” หรือว่าง่ายๆ ก็คือ Engagement ในรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้เข้าชมจะรู้สึกตนเองมีประสบการณ์ร่วมกับสถานที่แห่งนี้แล้ว แต่ยังคงเป็นการท่องเที่ยวด้วยสายตา และไม่ได้เห็นของจริง ดังนั้น ถ้ามีโอกาสสักครั้งเราก็คงอยากไปเห็นของจริงด้วยตาตัวเอง และความอยากตรงนี้แหละที่จะนำมาซึ่งรายได้ของแหล่งท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวจับจองที่พัก เพื่อไปเที่ยวชมสถานที่ที่พวกเขาเคยลองมาแล้วใน VR

และไม่ใช่เพียงแค่ความอยากไปเห็นสถานที่จริงด้วยตาตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อนักท่องเที่ยวได้ไปถึงสถานที่นั้นๆ แล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ความทรงจำในตอนที่พวกเขาเที่ยวชมผ่าน VR จะย้อนกลับมา และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวแบบไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับเวลาที่เราเห็นคลิปวิดีโอของสถานที่สวยๆ แล้วเราเกิดความอยากไป เมื่อเราไปถึงเราก็จะนึกถึงคลิปวิดีโอนั้นโดยอัตโนมัติ และรู้สึกอิ่มเอมกับบรรยากาศของสถานที่จริงที่เราได้มาถึง จุดนี้เป็น User Experience แบบ Nostalgia ที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน หากนักท่องเที่ยวไม่เคยประสบพบเห็นสถานที่แห่งนี้ก่อนที่จะมาเยี่ยมเยือน

แม้ว่า Covid-19 จะสร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างกับคนทั่วโลก แต่ธุรกิจหลายๆ กลุ่มก็ต้องปรับตัวเพื่อหาทางรอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ และเมื่อ Demand กับ Supply มาเจอกันตรงกลางดังเช่นการทำ VR Tourism เช่นนี้ ก็น่าจะทำให้เกิด New Normal ของการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จะส่งผลต่อไปในอนาคต จากนี้ใครที่กำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวที่อยากไป การใช้แค่รูปสวยๆ ที่ผ่านการตกแต่ง หรือรีทัชในการโปรโมทก็อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะบางคนอาจจะอยากเห็นสถานที่จริงด้วยตาตัวเองก่อนไปว่า มันคุ้มค่าที่จะลงทุนเสียเงินเพื่อไปสัมผัสประสบการณ์ตรงนั้นจริงๆ มั้ย และถ้าสถานที่แห่งนั้นสวยงามต้องใจถึงขนาดที่ว่า เห็นในโลก VR แล้วยังอยากไป ก็ยิ่งเป็นข้อดีของกลุ่มผู้ประกอบการที่จะช่วงชิงความได้เปรียบจากการใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวด้วย

แต่ ณ ตอนนี้ สถานการณ์โควิดยังไม่ดีขึ้น เราก็คงต้องป้องกันตัวเองด้วยการอยู่บ้าน หลีกเลี่ยงการไปในที่แออัด และคงยังไม่สามารถบินลัดฟ้าเพื่อไปท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ ได้สะดวกนัก การท่องเที่ยวผ่านโลก VR จึงยังเป็นตัวเลือกที่ใครหลายคนเลือกใช้เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และจนกว่าจะถึงวันที่ทั่วโลกกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง การท่องเที่ยว VR ก็คงกลายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างหนึ่งที่ทุกคนรู้จัก และนิยมใช้กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแน่นอน