VR เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในเกม!

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อเทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้ใช้ได้ โดยการสร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมาผ่านการสวมแว่น VR แล้วถ้ามีอุปกรณ์เสริม เช่น ลู่วิ่ง 8 ทิศทาง หรือ Motion Control ด้านอื่นๆ คุณก็จะสามารถเดิน หรือขยับแขนขา ราวกับไปท่องเที่ยวในโลกแห่งนั้นได้จริงๆ

ส่วนใหญ่เทคโนโลยี VR จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการเกม แต่ใครเล่าจะรู้บ้างว่าจริงๆ แล้ว VR ยังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่าง และเป็นประโยชน์มากๆ ด้วย จนถึงขนาดที่ว่า VR อาจเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญอย่างมากในทุกๆ ธุรกิจเลยทีเดียว แล้ว VR สามารถทำอะไรได้บ้างนอกจากการทำให้คนเล่นเกมสนุกกว่าเดิม เรามาลองดูกัน

Virtual Reality คืออะไร?

Photo : Aleksandra Suzi

Virtual Reality หรือ VR คือเทคโนโลยีความจริงเสมือน ซึ่งจำลองขึ้นมาผ่านระบบคอมพิวเตอร์โดยผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมในโลกนั้นๆ ได้ด้วย ส่วนมากมักสร้างขึ้นมาให้เกี่ยวข้องกับระบบการมองเห็นเพื่อรับรู้ถึงภาวะเสมือนจริงในโลกจำลองนั้นๆ

สำหรับวิธีการใช้ ผู้ใช้จำเป็นจะต้องสวมชุดแว่นตา VR ที่มีจอแสดงภาพอยู่ด้านใน ซึ่งตัวแว่นตานี้จะมี Motion Sensor คอยจับความเคลื่อนไหวของศีรษะ เพื่อหมุนภาพตามทิศทางที่เราหันไป และปรับภาพให้ตรงกับระดับสายตาด้วย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น ถุงมือสำหรับการใช้งาน VR ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสสิ่งของในโลกเสมือนจริง และรับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งนั้นได้ผ่านทางถุงมือที่มีถุงลมเล็กๆ อยู่ภายใน

เทคโนโลยี VR เริ่มเข้ามามีบทบาทในแวดวงต่างๆ อย่างแพร่หลาย และมีส่วนช่วยพัฒนาประสบการณ์บางอย่างให้กับผู้ใช้ด้วย ส่วนจะมีด้านใดบ้างนั้น ติดตามไปพร้อมกันได้เลยครับ

VR ในด้านการทหาร

Photo : PRESSLAB

เทคโนโลยีโลกเสมือนจริงหรือ VR ถูกนำมาใช้ในด้านการทหารสำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร โดยเน้นไปที่การฝึกซ้อมให้กับทหารในรูปแบบต่างๆ เพราะ VR สามารถจำลองสถานการณ์การรบ หรือสถานการณ์ที่ตึงเครียดภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ขึ้นมาได้ ทำให้ทหารที่เข้ารับการฝึกสามารถฝึกซ้อมได้ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด แต่ไม่มีความเสี่ยงในการเสียชีวิต หรือความเสี่ยงอื่นๆ ตามมา และนอกจากการใช้ซ้อมรบสำหรับทหารราบแล้ว กลุ่มทหารอากาศก็ยังมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยี VR สำหรับการฝึกบิน หรือ Flight Simulator ที่เพิ่มความเสมือนจริงไปอีกขั้น หรือแพทย์สนามที่ได้ฝึกการปฐมพยาบาลในสนามรบแบบเสมือนจริงก็ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ ในกองทัพยังมีการบำบัดกลุ่มทหารที่มีอาการป่วยด้วยโรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือสภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง ซึ่งพบมากในหมู่ทหารที่ออกไปรบ โดยทางกองทัพก็ได้นำเทคโนโลยี VR มาใช้ในการบำบัดเพื่อให้ทหารที่ป่วยกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ และมีคำเรียกการบำบัดนี้ว่า Virtual Reality Exposure Therapy (VRET)

VR กับแวดวงกีฬา

Photo : vectorfusionart

ถ้าใครเป็นแฟนบอลน่าจะพอได้เห็นการใช้เทคโนโลยี VR สำหรับการช่วยตัดสินเกมในสนามกันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะการได้ประตูในมุมมองที่มองได้ยากสำหรับกรรมการว่าบอลข้ามเส้นไปหรือยัง แต่นอกจาก VR จะช่วยเรื่องการตัดสินในสนามแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการฝึกซ้อมของนักกีฬาเพื่อกระตุ้นสมรรถภาพด้านร่างกายให้ดียิ่งขึ้นด้วย อย่างเช่นโปรแกรมการฝึกของนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่ได้ทดลองฝึกด้วย VR ก็สร้างประสบการณ์การเล่นในแต่ละเพลย์ที่แตกต่างกันออกไป และมาวางแผนได้ว่าควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นอย่างไร

ยังไม่หมดแค่นี้ แต่ VR ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชมทางบ้านได้เข้าชมการแข่งแบบสดๆ ราวกับเข้าไปนั่งอยู่ในสนาม ด้วยการถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านรูปแบบ VR ในบางประเทศให้แฟนกีฬาได้รับชมกันด้วย

VR กับการรักษาโรค

Photo : Gorodenkoff

ในวงการแพทย์เอง เทคโนโลยี VR ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถรักษาโรค และอาการต่างๆ ของคนไข้ได้ดีมากยิ่งขึ้น ในบางโรงพยาบาลมีการนำเทคโนโลยี VR มาใช้ในการวางแผนผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยง และสร้างแนวทางการผ่าตัดให้พร้อมมากที่สุด โดยแพทย์ผู้ผ่าตัดจะทดลองผ่าในโปรแกรม VR ก่อนว่าถ้าผ่าแบบนี้จะส่งผลอย่างไร มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายหรือไม่ แล้ววางแผนป้องกัน และลงมือผ่าตัดจริงตามแผนที่วางไว

ผลงานวิจัยบางชิ้นที่อาศัยเทคโนโลยี VR มาใช้ในการตรวจหาโรคก็มีเหมือนกัน เช่น University of Cambridge เปิดเผยงานวิจัยชิ้นหนึ่งว่า เทคโนโลยี VR มีส่วนช่วยในการตรวจพบอาการของโรคอัลไซเมอร์ได้ดีกว่าการทดสอบแบบเก่า ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษา และควบคุมโรคได้ดีกว่าเดิม

VR กับแวดวงการศึกษา

Photo : vectorfusionart

ในด้านการศึกษาเอง เทคโนโลยี VR ก็เข้ามามีบทบาทสำหรับการเรียนรู้ของเด็กๆ ด้วยเช่นกัน โดยในบางโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยี VR เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็น นักเรียนที่เรียนวิชาดาราศาสตร์จะได้ทดลองไปเดินเล่นบนดาวอังคารในสภาพแวดล้อมที่สมจริงที่สุด หรือผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต่างๆ สามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์ได้โดยรอบผ่านแว่น VR กับภาพที่มีความละเอียดสูง โดยไม่ต้องเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์เสียด้วยซ้ำ

หรือแม้แต่ในวงการศึกษาด้านการแพทย์ นักเรียนหมอก็จะได้ศึกษาสมองของมนุษย์ผ่านการสวมแว่น VR โดยจะเห็นทุกซอกทุกมุมในทุกๆ ด้าน ซึ่งบางครั้งหากศึกษากับสมองจริงๆ อาจไม่เห็นภาพแบบนี้ก็เป็นได้

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี VR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในวงการเกมเท่านั้น แต่เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนนี้ยังมีส่วนช่วยพัฒนาบุคลากร หรือช่วยในการทำสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพียงแต่ว่าคนจะรู้จักเทคโนโลยีนี้มากที่สุดผ่านการใช้งานในการเล่นเกมนั่นเอง ซึ่งการที่ VR เริ่มมีบทบาทในแต่ละด้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความนิยมของการใช้งาน VR เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และยังมีการพัฒนาประสิทธิภาพของการประมวลผลภาพให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเทคโนโลยี 5G ที่มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงมากเปิดให้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เราน่าจะได้เห็นการใช้เทคโนโลยี VR ที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน